
นักวิเคราะห์ มองว่า Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่อาจเลือก “ลดดอกเบี้ย” ในปี 2026 แม้ตลาดส่วนใหญ่ประเมินว่า เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าลด
Lawrence Lepard นักลงทุน Bitcoin และนักวิเคราะห์ตลาด มองว่า ถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายราย รวมถึง Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว และ Scott Bessent รัฐมนตรีคลัง สะท้อนว่าโอกาสลดดอกเบี้ยในปี 2026 ยังมีอยู่
นักวิเคราะห์ ชี้ว่า Warsh อาจใช้เหตุผลเรื่องผลิตภาพจาก AI และเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอลงเป็นข้ออ้างในการลดดอกเบี้ย พร้อมมองว่าแรงเงินเฟ้อจากสงครามจะถูกอธิบายว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว
“Warsh จะลดดอกเบี้ย เขาจะใช้เหตุผลเรื่องผลิตภาพจาก AI และเงินเฟ้อที่ถูกกดลง พร้อมอ้างว่าเงินเฟ้อจากสงครามเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว” Lepard กล่าว
ระหว่างพิธีสาบานตนของ Warsh ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะรับมือหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นผ่าน “การเติบโต” ซึ่งถูกตีความว่าอาจสะท้อนแนวทางเพิ่มสภาพคล่องและดอกเบี้ยต่ำ
ประเด็นนี้ทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ยังถกเถียงกันว่า Warsh จะมีมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร เพราะหากเฟดลดดอกเบี้ยจริง อาจเป็นแรงหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น Bitcoin และคริปโท
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก FedWatch ของ CME Group ระบุว่า เทรดเดอร์เกือบ 68% ยังประเมินว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 25% ภายในเดือน ธ.ค. นี้
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ กล่าวว่า “เราต้องการหยุดเงินเฟ้อ แต่เราไม่ต้องการหยุดความยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ถูกตั้งคำถามจากนักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์ตลาดบางส่วน
ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เคยตรวจสอบจุดยืนของ Warsh เรื่องความเป็นอิสระของ เฟดโดยตั้งคำถามว่า เขาจะต้านแรงกดดันจากฝ่ายบริหารได้มากแค่ไหน หากทำเนียบขาวต้องการให้ผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ด้านวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ระบุว่า การแต่งตั้ง Warsh อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะหากธุรกิจคริปโทที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์ได้ประโยชน์จากนโยบายของประธานเฟดคนใหม่
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset Reporter, efinanceThai