NVDR หั่นสัดส่วนถือ 52 หุ้น SET100 สูงสุดหายเกือบ 5%

efinAI
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” เปิดผลสำรวจการถือหุ้น NVDR ในดัชนี SET100 ช่วงต้นปี 2569 พบความเคลื่อนไหวสำคัญหลังปิดสมุดบัญชี มีการลดน้ำหนักการลงทุนถึง 52 บริษัท “SISB”-“BTS” โดนหนักสุด ขณะที่ฝั่งถูกเพิ่มน้ำหนักมี 48 บริษัท “AAV” ครองแชมป์ถูกซื้อเพิ่มสูงสุดกว่า 8% ท่ามกลางภาพรวมตลาด SET100 ที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีบวกแกร่งกว่า 12%
52 หุ้นบิ๊กแคป ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุน
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลการถือหุ้นของบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (NVDR)ในดัชนี SET100 หลังเพิ่งมีการอัปเดทข้อมูลสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นช่วงต้นปี 2569 พบว่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน NVDR มีการลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 52 บริษัท ดังนี้
| 52 หุ้น SET100 ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุน | ||||
| ชื่อย่อหุ้น | จำนวน (ลห.) | %หุ้น | เปลี่ยนแปลง (%) | วันปิดสมุด |
| SISB | 2,280.66 | 1.23 | -4.89 | 9 มี.ค.69 |
| BTS | 226.88 | 5.5 | -4.63 | 19 มิ.ย.68 |
| BCP | 14.97 | 9.74 | -4.13 | 4 มี.ค.69 |
| SPALI | 201.51 | 6.25 | -3.41 | 11 มี.ค.69 |
| CPALL | 468.87 | 10.09 | -3.11 | 12 มี.ค.69 |
| JAS | 254.82 | 1.69 | -2.92 | 12 มี.ค.69 |
| CBG | 12.31 | 3.16 | -2.57 | 6 มี.ค.69 |
| BGRIM | 526.16 | 2.31 | -2.47 | 11 มี.ค.69 |
| TASCO | 92.75 | 4.12 | -2.39 | 5 มี.ค.69 |
| KTB | 101.86 | 8.69 | -2.10 | 12 มี.ค.69 |
| PTTGC | 795.45 | 5.28 | -2.03 | 25 ก.พ.69 |
| KBANK | 447.49 | 13.43 | -1.99 | 12 มี.ค.69 |
| GLOBAL | 146.46 | 1.37 | -1.96 | 25 ก.พ.69 |
| ICHI | 143.40 | 2.87 | -1.83 | 16 มี.ค.69 |
| M | 93.61 | 1.05 | -1.83 | 12 มี.ค.69 |
| IVL | 1,540.86 | 6.02 | -1.71 | 16 มี.ค.69 |
| QH | 483.08 | 3.45 | -1.70 | 11 มี.ค.69 |
| PRM | 60.12 | 3.39 | -1.61 | 13 มี.ค.69 |
| HANA | 84.49 | 8.34 | -1.54 | 17 มี.ค.69 |
| CCET | 67.74 | 1.62 | -1.54 | 20 มี.ค.69 |
| CRC | 108.37 | 1.66 | -1.53 | 13 มี.ค.69 |
| PR9 | 73.97 | 3.47 | -1.47 | 10 มี.ค.69 |
| STA | 885.25 | 6.38 | -1.46 | 5 มี.ค.69 |
| LH | 31.56 | 5.37 | -1.45 | 16 มี.ค.69 |
| BCH | 169.44 | 5.87 | -1.44 | 13 มี.ค.69 |
| OR | 39.48 | 1.71 | -1.40 | 24 ก.พ.69 |
| MINT | 531.76 | 8.7 | -1.34 | 10 มี.ค.69 |
| BEM | 155.13 | 3.16 | -1.27 | 11 มี.ค.69 |
| JMART | 219.68 | 1.12 | -1.24 | 4 มี.ค.69 |
| BA | 906.50 | 4.42 | -1.22 | 12 มี.ค.69 |
| CPN | 890.04 | 6.87 | -1.10 | 10 มี.ค.69 |
| STGT | 308.44 | 1.82 | -0.90 | 5 มี.ค.69 |
| BDMS | 100.02 | 9.7 | -0.87 | 11 มี.ค.69 |
| CENTEL | 421.81 | 2.92 | -0.84 | 12 มี.ค.69 |
| JMT | 46.87 | 1.97 | -0.83 | 4 มี.ค.69 |
| HMPRO | 415.07 | 3.68 | -0.80 | 11 มี.ค.69 |
| SCB | 26.75 | 6.36 | -0.69 | 5 มี.ค.69 |
| JTS | 187.23 | 0.61 | -0.66 | 11 มี.ค.69 |
| TRUE | 57.09 | 11.03 | -0.55 | 31 มี.ค.69 |
| TU | 74.23 | 8.66 | -0.50 | 4 มี.ค.69 |
| AURA | 65.21 | 0.92 | -0.47 | 13 มี.ค.69 |
| SCGP | 641.21 | 2.32 | -0.40 | 1 เม.ย.69 |
| DOHOME | 315.61 | 1.39 | -0.38 | 6 มี.ค.69 |
| KCE | 73.86 | 6.9 | -0.36 | 24 มี.ค.69 |
| SCC | 483.48 | 7.66 | -0.28 | 2 เม.ย.69 |
| AEONTS | 37.35 | 5.99 | -0.27 | 22 ต.ค.68 |
| TLI | 990.08 | 1.69 | -0.26 | 16 มี.ค.69 |
| AWC | 338.18 | 1.64 | -0.17 | 12 มี.ค.69 |
| BJC | 139.93 | 1.69 | -0.17 | 24 มี.ค.69 |
| GUNKUL | 16.53 | 3.55 | -0.08 | 16 มี.ค.69 |
| SJWD | 28.75 | 0.94 | -0.06 | 12 มี.ค.69 |
| TIDLOR | 4.29 | 6.56 | -0.01 | 13 มี.ค.69 |
| ที่มา : SETSMART ณ 20 เม.ย.69 หมายเหตุ : %เปลี่ยนแปลงสัดส่วนหุ้นเทียบช่วงเดียวันกับปีก่อน | ||||
52 บริษัทดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค และพาณิชย์ จำนวน 6 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 5 บริษัท เท่ากัน
“SISB” โดนลดน้ำหนักลงทุนมากสุด 4.89%
บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ถูก NVDR ลดน้ำหนักการลงทุนมากที่สุด โดยข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 9 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SISB จำนวน 11.57 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.23% ลดลง 4.89% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 57.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.12% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SISB ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 7 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ SISB อีกด้วย
รองลงมา คือ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 19 มิ.ย.2568 ทาง NVDR ถือหุ้น BTS จำนวน 885.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.50% ลดลง 4.63% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 18 มิ.ย.2567 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,333.72 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.13% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน BTS ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ BTS อีกด้วย
อีก 3 บจ. ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุนเกิน 3%
ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุด ถูก NVDR ลดน้ำหนักการลงทุนมากกว่า 3% นำโดย บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 4 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น BCP จำนวน 134.40 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.74% ลดลง 4.13% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 14 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 190.96 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.87% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน BCP ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 4 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ BCP
ด้าน บมจ.ศุภาลัย (SPALI) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SPALI จำนวน 122.12 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.25% ลดลง 3.41% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 188.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.66% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SPALI ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ SPALI
ฟาก บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น CPALL จำนวน 906.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.09% ลดลง 3.11% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,186.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.20% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน CPALL ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 2 เป็นรองแค่ บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ที่ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญอันดับ 1 ตามเดิม
พบอีก 3 บจ. ล่าสุด NVDR ถือหุ้นไม่ถึง 1%
ขณะเดียวกัน มีอีก 3 บริษัท ที่ล่าสุด NVDR มีสัดส่วนการถือหุ้นต่ำกว่า 1% นำโดย บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 4.28 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.61% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 11 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 8.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.27% แต่ NVDR ยังคงรั้งผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 11 ของ JTS ตามเดิม
ต่อด้วย บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 13 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 12.30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.92% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 14 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 18.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.39% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน AURA ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 16 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 13
ส่วน บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ (SJWD) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 17.03 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.94% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 14 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 18.14 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SJWD ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 14 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 12 อีกด้วย
ฝั่งถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมีทั้งหมด 48 บริษัท
อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 48 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุดเทียบปีก่อน ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น ประกอบด้วย
48 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค จำนวน 12 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ติดโผจำนวน 6 บริษัท ส่วนที่เหลือกระจายตัวออกไปในหลายอุตสาหกรรม
“AAV” ถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมากสุดถึง 8.20%
บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนลงมากที่สุด โดยข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น AAV จำนวน 2,280.66 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.75% เพิ่มขึ้น 8.20% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 31 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,226.91 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.55% แต่การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน AAV ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 3 เป็นรองผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 และ 2 อย่าง “AIRASIA AVIATION GROUP LIMITED” และ “ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ตามเดิม
รองลงมา คือ บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SPRC จำนวน 457.37 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.55% เพิ่มขึ้น 7.21% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 7 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 144.96 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.34% แต่การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SPRC ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 2 รองจาก “CHEVRON SOUTH ASIA HOLDINGS PTE LTD” เหมือนเดิม
อีก 5 บจ. ถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมากกว่า 4%
มีอีก 5 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุด ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากกว่า 4% นำโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น KKP จำนวน 122.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.44% เพิ่มขึ้น 6.99% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 63.11 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.45% โดย NVDR ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ KKP ตามเดิม
ด้าน บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TISCO จำนวน 111.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.99% เพิ่มขึ้น 4.57% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 75.42 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.42% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ TISCO แทนที่ “CDIB & PARTNERS INVESTMENT HOLDING PTE.LTD.” อีกด้วย
ฟาก บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 5 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TFG จำนวน 372.21 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.39% เพิ่มขึ้น 4.53% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 107.83 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.86% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ของ TFG เทียบกับปีก่อนอยู่ในอันดับ 6
ต่อด้วย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 27 ก.พ.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น KTC จำนวน 233.78 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.07% เพิ่มขึ้น 4.32% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 122.36 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.75% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ KTC เทียบกับปีก่อนอยู่ในอันดับ 4
ส่วน บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 5 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TCAP จำนวน 91.33 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.71% เพิ่มขึ้น 4.07% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 48.68 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.64% โดย NVDR ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ TCAP รองจาก บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) ตามเดิม
14 บจ. NVDR ถือหุ้นมากกว่า 10 %
นอกจากนี้ ยังมีอีก 14 บริษัท ที่ข้อมูลล่าสุด NVDR มีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 10% นำโดย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ถือหุ้นจำนวน 447.48 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.44%, บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ถือหุ้นจำนวน 2,280.66 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.75%, บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ถือหุ้นจำนวน 201.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.52%, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ถือหุ้นจำนวน 122.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.44%
บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ถือหุ้นจำนวน 111.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.99%, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถือหุ้นจำนวน 318.10 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.43%, บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL) ถือหุ้นจำนวน 107.56 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 12.98%, บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ถือหุ้นจำนวน 257.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.51%, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ถือหุ้นจำนวน 3,810 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.03%
ด้าน บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ถือหุ้นจำนวน 84.42 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.63%, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ถือหุ้นจำนวน 890.03 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.59%, บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ถือหุ้นจำนวน 457.37 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.55%, บมจ.แสนสิริ (SIRI) ถือหุ้นจำนวน 1,834.80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.49% และ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ถือหุ้นจำนวน 906.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.09%
ส่องผลตอบแทน 1 ปี บวกเฉลี่ยถึง 12%
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า หุ้นในดัชนี SET100 ให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย 12.93% โดยมีหุ้น 60 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวเป็น”บวก” ขณะที่ อีก 40 บริษัท ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวเป็น”ลบ” ดังนี้
บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ให้ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมาบวกมากสุดถึง 344.93% และยังมีอีก 2 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวบวกมากกว่า 90% ประกอบด้วย บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นบวก 95.28% และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นบวก 93.37%
ส่วน บมจ.วีจีไอ (VGI) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ให้ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ติดลบมากสุด 59.55% รองลงมา คือ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าว ติดลบ 57.44%
Related Topics
Reported by

Jirayu Khunnangprasert
Senior Reporter, efinanceThai











