5 โบรกฯชี้เป้า 11 หุ้นเด่นเดือน พ.ค. เน้นธีมหุ้นใหญ่-กำไรแกร่ง !

รูป 5 โบรกฯชี้เป้า 11 หุ้นเด่นเดือน พ.ค. เน้นธีมหุ้นใหญ่-กำไรแกร่ง !

efinAI


นักวิเคราะห์ 5 แห่ง ชี้เป้า 11 หุ้นเด่นเดือน พ.ค.69 ส่วนใหญ่เน้นธีมหุ้นใหญ่ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ทั้งเดือนที่ 1,380 – 1,540 จุด ปัจจัยสงครามตะวันออกกลางยังกระทบเป็นระยะตามข่าวสารเชิง”ลบ”ที่ปะทุขึ้นแต่ละครั้ง ส่วนปัจจัยช่วยประคองดัชนี คาดงบฯ บจ. 1Q/69 แกร่ง หนุนโดยกลุ่มปิโตรฯ-โรงกลั่น-สื่อสาร และโรงไฟฟ้า เป็นต้น

5 โบรกฯชี้เป้า 11 หุ้นเด่นเดือน พ.ค.

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ค.2569 จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จำนวน 5 แห่ง พบว่า ในเดือน พ.ค.นี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ แนะนำการลงทุนในธีมหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยมีหุ้นแนะนำทั้งหมด 11 บริษัท ดังนี้


11 บริษัทดังกล่าว เป็นหุ้นในดัชนี SET100 ทั้งหมด โดยกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคติดโผมากสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, การแพทย์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน

GULF-TOP-TRUE ฮ็อตสุดเดือน พ.ค.

บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF), บมจ.ไทยออยล์ (TOP) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เป็น 3 บริษัท ที่มีนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันมากที่สุด 2 แห่ง เท่ากัน โดย GULF มีจุดเด่นตรงผลการดำเนินงานไตรมาส 1-2/69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่ได้ประโยชน์จากการถูกเรียกเดินเครื่องเพิ่มขึ้น และหากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญตามที่คาดการณ์ จะทำให้ Hydro ผลิตไฟฟ้าลดลง GULF จะได้ประโยชน์สูงสุดจากโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด


ด้าน บมจ.ไทยออยล์ (TOP) เด่นจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ที่คาดแข็งแกร่ง ตามอัตรากำไรขั้นต้น จากการผลิตรวมของโรงกลั่นน้ำมัน (GIM) ที่แข็งแกร่ง 14 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกลุ่ม Middle distillate ที่มากกว่า 30 เหรียญ/บาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 18 – 19 เหรียญ/บาร์เรล ช่วยหนุนค่าการกลั่นให้เพิ่มขึ้นเป็น 12 เหรียญ/บาร์เรล


อีกทั้ง มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากจะรับรู้กำไรสต๊อกน้ำมันประมาณ 24,000 ล้านบาท, กำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,300 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งมากพอที่จะชดเชยผลจากการขาดทุนป้องกันความเสี่ยงจำนวน 8,000 ล้านบาท นอกจากนี้ มาร์จิ้นยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากธุรกิจอะโรเมติกส์ และน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานอีกราว 2 เหรียญ/บาร์เรล และบริษัทยังรักษาต้นทุนการดำเนินงานให้สามารถแข่งขันได้ที่ 1.5 เหรียญ/บาร์เรล จากการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการกลั่นเป็น 113% เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ


ส่วน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มีความโดดเด่นจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง หนุนโดยรายได้ Broadband ทำได้ 6,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน จาก Net adds ที่เพิ่มขึ้น และ ARPU ที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่การลดต้นทุนยังเป็นปัจจัยหลัก จากค่าใช้จ่ายโครงข่ายและค่าคลื่นความถี่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มสื่อสารคาดทำได้ราว 33.90% เติบโตขึ้น 769 bps จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 107 bps จากไตรมาสก่อน

GULF ราคาหุ้นมีอัปไซด์สูงสุดถึง 58%

ขณะเดียวกัน เมื่อสำรวจราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน พบว่า บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์มากสุด 22.27 – 58.95% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 70 – 91 บาท/หุ้น รองลงมา คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 42.86% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 26 บาท/หุ้น


มีอีก 2 บริษัท ที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์มากกว่า 20% นำโดย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 16.79 – 33.58% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 16 – 18.30 บาท/หุ้น และ บมจ.บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 21.08 – 25.41% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 56 – 58 บาท/หุ้น

ดัชนีเคลื่อนไหวกรอบ 1,380-1,540 จุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยช่วงเดือน พ.ค.นี้ พบว่า นักวิเคราะห์ 5 แห่ง ประเมินการเคลื่อนไหวในกรอบ 1,380 – 1,540 จุด ดังนี้

สงครามยังเป็นปัจจัยกระทบ SET บางช่วง

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า ปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยรบกวนตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค.นี้ อยู่บ้างเป็นระยะ แม้ทิศทางในเดือน พ.ค.นี้ มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังเห็นสัญญาณการต้องการเจรจาทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่าน สุดท้ายต้องไปติดตามดูว่า ภายใต้เงื่อนไขการเจรจาที่จบลง ฝ่ายใดจะเป็นผู้ได้เปรียบ


เช่นเดียวกับ “ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยังไม่ได้บทสรุป แม้ปัจจัยดังกล่าวจะกระทบต่อตลาดหุ้นลดลงแล้ว แต่ก็อาจจะมีข่าวบางข่าวเข้ามากดดันดัชนีในแต่ละช่วงได้บ้าง แต่โดยรวมในเดือน พ.ค. ปัจจัยนี้มีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น เพราะจะมีการพบกันระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ “สีจิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน


ด้าน “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี เสริมว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้จะยังไม่จบลง แต่ก็มีทิศทางที่จะสามารถเจรจาพูดคุยกันได้ ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับมาเปิดให้เรือขนส่งสินค้าสามารถแล่นผ่านได้อีกครั้ง

คาดงบ 1Q/69 ออกมาสวย ช่วยพยุง SET

“ณรงค์เดช จันทรไพศาล” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ยังคงต้องติดตามการประกาศผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงไตรมาส 1/69 และราคาพลังงานควบคู่ไปด้วย หากการประกาศงบฯช่วงดังกล่าวไม่ได้แย่มากนัก และไม่มีทิศทางของการปรับประมาณการ EPS ของตลาดหุ้นไทยลง ประกอบกับ หลาย ๆ บริษัทมีแผนรับมือราคาพลังงานที่ยังทรงตัวสูงต่อไปได้ น่าจะทำให้ GDP ในประเทศไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเห็นการค่อย ๆ ฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 1/69 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยประคอง SET Index ได้ในเดือน พ.ค.นี้


สอดคล้องกับ “ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่จะช่วยประคองดัชนีหุ้นไทยไม่ให้ปรับตัวลงมากตามภาวะ Sell in May คือ การายงานงบการเงินไตรมาส 1/69 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่โดยรวมมีมุมมองเป็น”บวก” ซึ่งจะหนุนโดยกลุ่มปิโตรฯ – โรงกลั่น – สื่อสาร และโรงไฟฟ้า เป็นต้น

Related Topics

Reporting by

Jirayu Khunnangprasert

Jirayu Khunnangprasert

Senior Reporter, efinanceThai

5 โบรกฯชี้เป้า 11 หุ้นเด่นเดือน พ.ค. เน้นธีมหุ้นใหญ่-กำไรแกร่ง !