วัดฝีมือผู้นำ ส.อ.ท. คนใหม่ พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยได้แค่ไหน?

รูป วัดฝีมือผู้นำ ส.อ.ท. คนใหม่ พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยได้แค่ไหน?

efinAI


รู้จัก “พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่ง แทนนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ที่ครบวาระอย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธาน ส.อ.ท.หญิงคนแรกของไทย

จากวิศวกรจุฬาฯ สู่เบอร์หนึ่ง ส.อ.ท.

โดยประวัติการศึกษา พบว่าเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สาขาการบริหารการดำเนินงาน (Operations) จากมหาวิทยาลัยเดร็กเซล (Drexel University) ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา

ด้านประสบการณ์การทำงานมีมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมค้าของกลุ่มสิทธิผลในหลายแห่ง ขณะที่บทบาทในองค์กรวิชาชีพและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เคยดำรงตำแหน่งทั้งรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ฯ ส.อ.ท., กรรมการคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), กรรมการเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (AWEN) และกรรมการสมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (ACMA) เป็นต้น

ผลงานที่โดดเด่นในบทบาทรองประธาน ส.อ.ท.

สำหรับผลงานที่โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมาผ่านบทบาทรองประธาน ส.อ.ท.อาทิ วางระบบเมด อิน ไทยแลนด์ หรือ “Made in Thailand (MiT)” เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านการผลักดันร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนาระบบ MiT เพื่อสร้างแต้มต่อ 5% เพิ่มโอกาสการแข่งขันให้สินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อตั้งสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ฯ (CISPI) เพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริม พัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย มุ่งเน้นยกระดับ “ซอฟต์พาวเวอร์” ผ่านอัตลักษณ์ไทย (Thainess) สู่สากล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล

เจรจาและประสานความร่วมมือเพื่อจัดหาวัคซีน Sinopharm (ซิโนฟาร์ม) จานวน 1,000,000 โดส ให้ภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 เพื่อรักษาความต่อเนื่องของภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ

ผลักดันให้ ส.อ.ท. เป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการของโครงการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (PEFC) และเชื่อมโยงกับสานักงานการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย (TFCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติ ภายใต้ ส.อ.ท. ที่ทาหน้าที่รับรองมาตรฐานการจัดการป่าไม้และการผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ในประเทศไทย เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

เปิดนโยบายปี 69-71 ชูแนวทาง “5I” พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย

ประธาน ส.อ.ท.หญิงคนใหม่ ประเดิมเปิดนโยบายการดำเนินงานของ ส.อ.ท.วาระปี 2569 – 2571 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I ” เพื่อวางรากฐานการเติบโตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย

โดยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้คือยุทธศาสตร์แนวทาง “5I” ที่ถือเป็นกรอบนโยบายที่เชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การค้า โครงสร้างพื้นฐาน และความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้

  1. Intelligent Industry ซึ่งมีเป้าหมายคือ ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้ AI & Automation เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และก้าวสู่ Smart Factory & Smart OEM
  2. Innovation & Creative Industry เป้าหมายคือ สร้างความแตกต่าง พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต (OEM) สู่การสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า (Brand & IP)
  3. International Alliance & Network เป้าหมายคือ ใช้ความเป็นกลางของไทย สร้างโอกาสเป็น Global Supply Chain HUB เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่
  4. Industrial Infrastructure Reform เป้าหมายคือ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทย ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับสู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
  5. Inclusive & Sustainable Growth เป้าหมายคือ ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

โจทย์หินประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานพุ่ง-เศรษฐกิจโลกผันผวน-ต้นทุนการผลิตสูง

อย่างไรก็ตามก้าวแรกของประธาน ส.อ.ท. หญิงคนใหม่ต้องเผชิญกับบททดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่ง หลังจากภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติของพลังงาน เทคโนโลยี การค้า และภูมิรัฐศาสตร์ โดยสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน และข้อกำหนดทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น

ขณะที่ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญ ได้แก่ Energy Crisis ที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-Political Tension) ที่กระทบต่อการค้าและการลงทุน มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น (Trade Conditions) ความผันผวนของค่าเงิน (FX Volatility) และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก (Global Economic Risk) ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าคาดว่าจะขยายตัวในระดับจำกัด โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 69 อยู่ในช่วงประมาณ 1.2 – 1.6% ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีความท้าทายใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมหลักๆของไทยที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยข้อจำกัดการส่งออกยานยนต์ของไทยทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ฐานผลิตเครื่องยนต์สันดาปเดิมชะลอตัวลง รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นจากค่ายรถจีนที่เข้ามาครองตลาด มาตรการภาษีและการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้า และปัญหาความล่าช้าในการขนส่ง รวมถึงผลกระทบจากการสงครามในตะวันออกกลาง ท่ามกลางเป้าหมายของ ส.อ.ท.ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 69 ไว้กว่า 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.05% จากปีก่อนที่มีจำนวน 1,455,569 คัน โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน ลดลงจากปีก่อนที่ 956,230 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 550,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 499,339 คัน

*** ชี้ภารกิจ “Quick Win” เร่งประสานรัฐบาลดันสินค้า “Made in Thailand” – ปลดล็อกค่าไฟ

สำหรับภารกิจเร่งด่วนหลังเข้ารับตำแหน่ง นางพิมพ์ใจย้ำชัดว่าคือการประสานงานกับรัฐบาลเพื่อผลักดันสินค้า “Made in Thailand” ให้เป็นกลไกหลักสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และก้าวข้ามวิกฤติพลังงานที่เผชิญอยู่ ล่าสุดรัฐบาลกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อช่วยกลุ่มใช้ไฟน้อย ในส่วนภาคอุตสาหกรรมจะติดตามผลกระทบอีกครั้ง แต่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกระตุ้นให้ภาครัฐปลดล็อก Direct PPA โดยเร็ว

“ส.อ.ท.จะติดตามผลกระทบจากการปรับโครงสร้างค่าไฟของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันจะเร่งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ขอให้ภาครัฐเร่งปลดล็อก Direct PPA โดยเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดในต้นทุนที่แข่งขันได้ในเวทีโลก” นางพิมพ์ใจ กล่าว

ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนจากการบริหารกลุ่มสิทธิผลและผลงานที่โดดเด่นก่อนนั่งแท่นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ ทำให้การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งครั้งนี้ของ “พิมพ์ใจ” ถูกจับตามองว่าจะเป็นผู้พาสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมาสู่ภาคอุตสาหกรรมไทยได้อย่างแท้จริง

Related Topics

Reported by

Pariwat Hinploy

Pariwat Hinploy

Senior Reporter, efinanceThai

วัดฝีมือผู้นำ ส.อ.ท. คนใหม่ พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยได้แค่ไหน?