ไม่ขึ้น VAT – แต่กู้เพิ่ม : ทางรอดเศรษฐกิจ หรือระเบิดเวลาการคลังไทย

efinAI
ประเด็นการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 10% ในที่สุดก็ไม่มีอยู่จริง ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลทุกสมัยไม่เคยมีใครกล้าปรับขึ้นมาเป็นเกือบ 30 ปีแล้ว นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 จนรัฐบาลต้องออกมาปฏิเสธในที่สุดว่าจะไม่ขึ้นภาษี แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลก จากปัญหาวิกฤติพลังงานที่กำลังลุกลามจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของจนอาจทำให้ประเทศไทยอาจอยู่ในภาวะรายได้รัฐไม่พอกับรายจ่าย
แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแรงตอนนี้ รัฐบาลก็ไม่สามารถขึ้นภาษีเพื่อซ้ำเติมประชาชนได้ จึงเลือกทางที่อาจจะเจ็บน้อยกว่าทางการเมือง โดยการคง VAT 7% ต่อไป แล้วเลือกที่จะกู้เงินเพิ่มประมาณ 5 แสนล้านบาท แต่ยังคงเพดานหนี้สาธารณะเดิมไว้ที่ 70% ของ GDP จากปัจจุบันที่ 66% ของจีดีพี
โดยล่าสุด เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. คลัง ยอมรับว่ามีแผนจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ภายในเดือนภายใน พ.ค.-ต.ค. นี้ เพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะยืดเยื้อมากกว่าที่คาด โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือการกู้เงินเข้ามาเสริม ซึ่งสอดคล้องกับการแนวทางของหลายประเทศที่เผชิญวิกฤตและมีระดับหนี้สาธารณะสูง
โดยกรอบการใช้เงินกู้ จะเน้น 2 ด้านหลัก คือ 1.บรรเทาภาระค่าครองชีพและดูแลกลุ่มเปราะบาง และ 2. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ซึ่ง รมว.คลัง บอกว่าการกู้เงินครั้งนี้เป็นการ “เตรียมกระสุนไว้”
เพราะฉะนั้นการเลือกไม่ขึ้นภาษี แล้วหันไปกู้เงินเพิ่ม ตามที่รัฐบาลบอกว่าเป็นเพียงแค่เตรียมกระสุนไว้ แต่หนี้วันนี้ ก็อาจจะหมายถึงภาษีในวันหน้า เงินกู้ 5 แสนล้านบาทอาจช่วยประคองเศรษฐกิจได้ หากรัฐบาลสามารถใช้กับมาตรการที่ตรงจุด เช่น กลุ่มเปราะบาง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือการเปลี่ยนผ่านตามที่กระทรวงคลังระบุ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องระวังก็คือ หากใช้เงินกู้ถูกใช้ไปกับมาตรการประชานิยมระยะสั้น ที่ไม่สร้างศักยภาพเศรษฐกิจเพิ่ม ภาระดอกเบี้ยและความเสี่ยงต่อวินัยการคลังก็อาจจะจะย้อนกลับมากดดันรัฐบาลในอนาคต
ขณะที่อย่าลืมว่ารัฐบาลบต้องมีแผนปฏิรูปการคลังระยะยาวด้วย เนื่องจากประเทศไทยกำลังเจอปัญหาเชิงโครงสร้าง รายจ่ายรัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งสวัสดิการผู้สูงอายุ ดอกเบี้ยเงินกู้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ ขณะที่ฐานรายได้รัฐบาลยังแคบ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง เพราะไม่อย่างนั้นระยะยาวฐานะการคลังก็อาจมีปัญหา
หากกู้แล้วสร้างรายได้ สร้างงาน เพิ่มผลิตภาพและทำให้ GDP ขยายตัวได้ดีขึ้น แต่หากกู้แล้วหมดไปกับมาตรการระยะสั้น โดยไม่มีผลต่อศักยภาพประเทศ ก็อาจจะกลายเป็นการผลักภาระหนี้ของรัฐบาลวันนี้ ไปให้ประชาชนในอนาคตแทนได้
Related Topics
Reported by

Chutima Apichaisuksakul
Senior Reporter, efinanceThai






