“ประกันชีวิตยุคใหม่” ไม่ได้ขายแค่กรมธรรม์ แต่ต้องดูแลชีวิตคนทั้งระบบ

รูป “ประกันชีวิตยุคใหม่” ไม่ได้ขายแค่กรมธรรม์ แต่ต้องดูแลชีวิตคนทั้งระบบ

efinAI


ธุรกิจประกันชีวิตกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงคราม เงินเฟ้อ สังคมสูงวัย และ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ดังนั้น “ธุรกิจประกันชีวิต” จึงไม่ได้ขายแค่กรมธรรม์ แต่ต้องดูแลชีวิตคนทั้งระบบ

คุณ นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทประกันชีวิตที่ก่อตั้งมายาวนาน ได้กางวิสัยทัศน์ของ “ประกันชีวิตยุคใหม่” ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ธุรกิจประกันจึงที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ยอดขายกรมธรรม์ แต่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้าในระยะยาว

“วันนี้ธุรกิจประกันชีวิต ไม่ได้มองแค่การขาย แต่ต้องดูแลลูกค้าทั้งก่อนป่วย ระหว่างป่วย และ หลังป่วย”

ประกันชีวิตไทยฟื้นหลังโควิด แต่เจอแรงกดดันเศรษฐกิจโลก

หลังผ่านวิกฤตโควิด-19 อุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยปีที่ผ่านมาเติบโตประมาณ 3.45% ใกล้เคียงกับเป้าหมายของสมาคมประกันชีวิตไทยที่คาดไว้ 2-4%

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ทั้งสงคราม เงินเฟ้อ และกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัว ซึ่งอาจทำให้อัตราการเติบโตของธุรกิจชะลอลงเหลือประมาณ 2.5-3.5%

ธุรกิจประกันชีวิตมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ GDP และกำลังซื้อของประชาชน เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคย่อมให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อประกันถูกเลื่อนออกไป

สังคมสูงวัย คือ ทั้งโอกาสและความท้าทาย

อีกหนึ่งเมกะเทรนด์สำคัญ คือ “Aged Society” หรือสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจประกันชีวิต คนไทยมีแนวโน้มอายุยืนขึ้น จนเกิดความเสี่ยง “Outlive Saving” หรือมีชีวิตยืนยาวกว่าเงินออมที่มีอยู่ ทำให้บทบาทของธุรกิจประกันต้องเปลี่ยนจาก “ผู้จ่ายเคลม” ไปสู่ “ผู้ดูแลสุขภาพและการเงินระยะยาว”

ไทยสมุทรจึงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Ocean Connect เพื่อช่วยให้ลูกค้าดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย สะสมแต้ม และ สร้างวินัยทางการเงิน พร้อมผลักดันแนวคิด “รักคือพลังของชีวิต” เพื่อสร้างทั้ง Life Span และ Health Span ให้ยืนยาวไปพร้อมกัน

AI กำลังเปลี่ยนเกมธุรกิจประกันชีวิต

AI และ Digitalization กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจประกันยุคใหม่ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การประเมินความเสี่ยง การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงการจ่ายสินไหม

“ถ้าไม่ใช้ AI เราคงสู้คู่แข่งไม่ได้” มุมมองนี้สะท้อนว่า AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และ ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น

แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ “คน” ยังเป็นหัวใจสำคัญ เพราะประกันชีวิตยังต้องการที่ปรึกษาที่ช่วยอธิบายเงื่อนไขซับซ้อนให้ลูกค้าเข้าใจอย่างแท้จริง

Co-payment ไม่ได้มีไว้ปฏิเสธเคลม

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองในปีนี้ คือ “Co-payment” ในประกันสุขภาพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อควบคุม Medical Inflation หรือ ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น จากพฤติกรรมการเคลมที่ไม่จำเป็น

โดยระบบจะเริ่มพิจารณาหลังถือกรมธรรม์ครบ 1 ปี และ ใช้เฉพาะลูกค้าที่มีเคลมสูงผิดปกติตามเงื่อนไขเท่านั้น เป้าหมายสำคัญ คือ การควบคุมต้นทุน เพื่อไม่ให้เบี้ยประกันสุขภาพปรับขึ้นเร็วเกินไป จนคนไทยเข้าถึงประกันสุขภาพได้ยากในอนาคต

ปี 2569 ไทยสมุทรเน้น “โตอย่างยั่งยืน”

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไทยสมุทรย้ำว่า จะให้ความสำคัญกับ Sustainable Growth มากกว่าการเร่งยอดขาย

บริษัทเน้นบริหารความเสี่ยง ควบคุมต้นทุน และ ใช้ดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมใช้ระบบ Enterprise Risk Management และ ORSA ในการทำ Stress Test อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังเน้นลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล และ ตราสารหนี้ Investment Grade เพื่อรักษาเสถียรภาพผลตอบแทนระยะยาว

จุดแข็งไทยสมุทร ฐานลูกค้าต่างจังหวัดแข็งแรง

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของไทยสมุทร คือ ฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่แข็งแรง จากการเป็นผู้บุกเบิก “ประกันประชาสงเคราะห์” ที่เบี้ยไม่แพง เข้าใจง่าย และ เข้าถึงคนจำนวนมาก

ทำให้หลายครอบครัวรู้จักไทยสมุทรในฐานะ “กรมธรรม์ฉบับแรกของชีวิต”

บริษัทยังมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage Loan) ซึ่งช่วยสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ดี และ ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนของบริษัทอยู่ในระดับสูงของอุตสาหกรรม

“ประกันชีวิต” อาจไม่ใช่ปัจจัย 4 แต่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

แม้ประกันชีวิตอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่สุดในวันนี้ แต่จะกลายเป็นสิ่งสำคัญทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือ การวางแผนเกษียณในยุคที่คนอายุยืนขึ้น

“ถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราจะมีกำลังไปรักและดูแลคนรอบข้างได้”

แนวคิดนี้สะท้อนว่า “ประกันชีวิตยุคใหม่” ไม่ได้ขายแค่กรมธรรม์ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในระยะยาว

Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai