| ธนาคารกลางของจีน (PBOC) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ของโลก เข้าซื้อทองคำ 160,000 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 5 ตันเมื่อเดือนมี.ค. คิดเป็นปริมาณมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี โดยจีนยังคงซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 การเพิ่มทองคำเข้าคลังสำรองของธนาคารกลางจีนอาจช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทองคำ หลังราคาทองคำร่วงลง 12% เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และนำไปสู่การคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังเทขายทองเพื่อชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดใกล้แตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย.) ราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 4,823 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.49% หลังนักลงทุนตอบรับข้อมูลการเข้าซื้อของธนาคารกลางจีน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยโดยทันที การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนครั้งล่าสุด อาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงที่ธนาคารกลางบางแห่งเริ่มขายทองคำ โดยธนาคารกลางตุรกีได้ขายและทำสัญญาแลกเปลี่ยนทองคำราว 60 ตัน เพื่อพยุงค่าเงินลีราเมื่อเดือนมี.ค. สภาทองคำโลก (World Gold Council) ประเมินว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 25 ตันในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ โดยธนาคารกลางโปแลนด์เข้าซื้อทองคำ 20 ตันในเดือนก.พ. ทั้งนี้ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 และมีส่วนทำให้ราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำ เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่อิงกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่มา Bloomberg |