บิ๊กล็อตถล่มบอนด์สหรัฐ! แรงเทขายสัญญาฟิวเจอร์สทุบตลาดพันธบัตร

รูป บิ๊กล็อตถล่มบอนด์สหรัฐ! แรงเทขายสัญญาฟิวเจอร์สทุบตลาดพันธบัตร

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 16:07 น.

แรงเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ กลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หลังมีคำสั่งขายสัญญาพันธบัตรล่วงหน้าขนาดใหญ่หลายล็อต ซ้ำเติมการปรับลงของตลาดตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 31 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาร้อนแรงจากราคาพลังงานที่ปรับขึ้นตามความตึงเครียดจากสงคราม และอาจผลักให้ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น

Bloomberg รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สในวันอังคารสะท้อนโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีเพิ่มขึ้นเป็น 85% จากก่อนหน้านี้ในวันที่ 1 พฤษภาคมยังแทบไม่สะท้อนโอกาสดังกล่าวเลย แรงขายครั้งนี้ถูกมองว่ามีลักษณะคล้ายภาวะ capitulation-type day หรือวันที่ผู้เล่นจำนวนมากพร้อมใจกันขายออกมาอย่างรุนแรง

ทำไมแรงเทขายบอนด์จึงสำคัญต่อตลาดโลก

ในมุมของตลาดทุน การพุ่งขึ้นของบอนด์ยิลด์หมายถึงต้นทุนส่วนลดที่ใช้ประเมินมูลค่าหุ้นสูงขึ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีที่มูลค่าพึ่งพากระแสเงินสดในอนาคตมากกว่าปัจจุบัน จึงมักถูกกดดันมากกว่าหุ้นเชิงคุณค่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารอาจได้อานิสงส์จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ดีขึ้นในบางช่วง แต่หากยีลด์พุ่งเพราะตลาดกังวลเศรษฐกิจชะลอ ผลบวกดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืน

รายงานระบุว่ามีการขาย 10-year note futures และ 5-year note futures แบบ block trade รวมเทียบเท่าความเสี่ยงราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของพันธบัตรอายุ 10 ปีในตลาดเงินสด การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างจริงจัง

ผลกระทบต่อหุ้นไทยและเงินทุนต่างชาติ

สำหรับตลาดหุ้นไทย ผลกระทบจะส่งผ่านทั้งต้นทุนเงินโลกและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย หากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เงินทุนบางส่วนอาจไหลกลับไปยังตราสารหนี้สหรัฐฯ ซึ่งให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่าเดิม ทำให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติ

หุ้นที่พึ่งพาเงินทุนและการขยายตัวสูงมักอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยโลกมากกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่หุ้นที่มีรายได้มั่นคงและกระแสเงินสดสม่ำเสมออาจรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่าในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนจึงควรติดตามทิศทางยีลด์สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต่อมูลค่าหุ้นและการไหลของเงินทุนในภูมิภาค

ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่ระยะสั้นผันผวนได้

ในฝั่งสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำมักเผชิญแรงกดดันเมื่อบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สูงขึ้น เพราะทองคำไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยและมีต้นทุนเสียโอกาสมากขึ้น อย่างไรก็ดี หากแรงขายพันธบัตรเชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนจากสงคราม ทองคำยังคงมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นราคาทองคำอาจผันผวนตามทั้งยีลด์สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจึงควรพิจารณาภาพรวมของอัตราดอกเบี้ยโลก เงินเฟ้อ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป เพื่อประเมินทิศทางตลาดอย่างรอบด้านมากขึ้น


ที่มา Bloomberg



Related Topics