ผู้ถือหุ้น PSP ไฟเขียว อนุมัติปันผล 0.20 บาท/หุ้น ขานรับกำไรนิวไฮ 853.5 ล้านบาท

รูป ผู้ถือหุ้น PSP ไฟเขียว อนุมัติปันผล 0.20 บาท/หุ้น ขานรับกำไรนิวไฮ 853.5 ล้านบาท

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 69 10:11 น.

บมจ. พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายจากผลการดำเนินงานปี 2568 หุ้นละ 0.20 บาท เป็นเงิน 280 ล้านบาท เมื่อรวมกับปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.08 บาท ที่จ่ายไปเมื่อ 20 ต.ค. 2568 ส่งผลให้ปันผลทั้งปี 2568 อยู่ที่หุ้นละ 0.28 บาท รวม 392 ล้านบาท คิดเป็น Payout Ratio 54.8% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ สูงกว่านโยบายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 35% ของกำไรสุทธิ ขานรับกำไรนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ 853.5 ล้านบาท เติบโต 27.1% พร้อมเดินหน้าแผนเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569


นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.28 บาท จากกำไรสะสม ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 1,400 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 392 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท เป็นเงิน 112 ล้านบาท จึงกำหนดจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายเพิ่มเติมแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท รวมเป็นเงิน 280 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569


“การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลประกอบการ และความมุ่งมั่นของ PSP ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยในปี 2569 นี้ PSP ตั้งเป้าสร้างกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ผ่านการขยายตลาดส่งออก การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวทางความยั่งยืน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 30% ภายในปี 2571” นายเสกสรร กล่าว


นอกเหนือจากเป้าหมายการเติบโตด้วยกำไรสุทธิ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ตามแผน JUMP+ ที่ขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ทั้งการรักษาความเป็นผู้นำตลาดผ่านการขยายตลาดในประเทศและตลาดส่งออก การพัฒนานวัตกรรมมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในอนาคต และการขยายธุรกิจตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย PSP ยังมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ESG ในทุกมิติ บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกำหนดเป้าหมายในปี 2569 คือ การได้รับการประเมินผลคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลจาก FTSE Russell ESG Scores ในเกณฑ์ที่ดี พร้อมยกระดับองค์กรสู่เกณฑ์หุ้นยั่งยืน รวมถึงมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายการเป็น Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อให้ PSP เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว


Related Topics