S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับอานิสงส์ประกาศงบบจ.-ความหวังเจรจาสันติภาพ

รูป S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับอานิสงส์ประกาศงบบจ.-ความหวังเจรจาสันติภาพ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 เม.ย. 69 7:22: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (15 เม.ย.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับปัจจัยหนุนจากการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและความคาดหวังว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,463.72 จุด ลดลง 72.27 จุด (-0.15%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,022.95 จุด เพิ่มขึ้น 55.57 จุด (+0.80%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 24,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 376.93 จุด (+1.60%)

ดัชนีแนสแดคทำสถิติปิดแดนบวกติดต่อกัน 11 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2021 และปิดทำนิวไฮเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2025 จากแรงส่งหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีพลิกกลับมาทำสถิติใหม่ 13 วันหลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานเนื่องจากความกังวลสงครามในตะวันออกกลาง

ขณะที่ดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงสุดระหว่างวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง ก่อนปิดตลาดที่ระดับสูงสุด โดยในช่วงที่อ่อนค่ามากที่สุดในเดือนมี.ค. ดัชนีปิดตลาดต่ำกว่าระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ถึง 9%

ตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้จากความหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งทำให้อุปทานในตลาดน้ำมันโลกหยุดชะงักและนำไปสู่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้การกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาดความชัดเจน

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพุธว่า การหารือเกี่ยวกับการเจรจารอบ 2 กับอิหร่านยังคงดำเนินไปและมีความคืบหน้า โดยปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ขอให้มีการหยุดยิงในสงครามอิหร่านนั้นไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน โดยอาจมีการคว่ำบาตรบุคคล บริษัท และเรือรวมกว่า 20 รายการ

กาเบรียล ชาฮิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Falcon Wealth Planning ระบุว่า หลายคนมองการปรับฐานที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เพราะหากตัดประเด็นข่าวออกไป จะพบว่าพื้นฐานของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจในวงกว้างยังไม่มีสัญญาณที่ผิดปกติ นักลงทุนมองเห็นความแข็งแกร่งของ S&P 500 และตระหนักว่ากลไกยังคงขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง

เจฟฟ์ ชูลซ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เศรษฐกิจและตลาดของ ClearBridge Investments กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นเมื่อวันพุธเป็นผลมาจากมุมมองเชิงบวกจากการที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการเริ่มต้นด้วยดี ประกอบกับความหวังว่า การหาข้อยุติระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้า ซึ่งจะเป็นพัฒนาการที่ดีอย่างมากต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดมักไม่รอให้ข้อมูลครบ แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการหยุดชะงักด้านพลังงาน แต่ตลาดกำลังประเมินอย่างถูกต้องว่า ความเสี่ยงกำลังลดลง ตลาดจึงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ง่ายกว่า

ทั้งนี้ ดัชนี VIX ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของวอลล์สตรีท ปิดตลาดลดลง 0.19 จุด หลังจากแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.

อย่างไรก็ตาม นักกลยุทธ์บางส่วนเตือนว่า อาจต้องมีปัจจัยกระตุ้นใหม่เพื่อรักษาแรงส่งของตลาด เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม ขณะที่การยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน

ก่อนหน้านี้ เบธ แฮมแมค ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์ ระบุว่าแม้ยังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ธนาคารกลางจะต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการปรับลดหรือแม้กระทั่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศพุ่งขึ้น 2.08% มากที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ขณะที่ดัชนีซอฟต์แวร์และบริการปรับตัวขึ้น 4.3% และบวกติดต่อกันเป็นวันที่สาม

- กลุ่มวัสดุและกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง ลดลง 1.3% และ 1.24% ตามลำดับ และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด

- หุ้น Bank of America ปรับตัวขึ้น 1.8% หลังรายงานกำไรไตรมาสแรกเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้น Morgan Stanley พุ่งขึ้น 4.5% หลังรายงานกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนีหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินของ S&P 500 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.8%

- หุ้นกลุ่มควอนตัมคอมพิวเตอร์ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด โดย Rigetti Computing ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 13% ขณะที่ D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 22.6% และ Arqit Quantum พุ่งกว่า 16%

- หุ้น Broadcom เพิ่มขึ้น 4.2% หลังจาก Meta ขยายข้อตกลงการผลิตชิปกับบริษัท

- หุ้น Snap พุ่งขึ้น 7.9% หลังจากประกาศเลิกจ้างพนักงานประมาณ 1,000 คน

- หุ้น Allbirds ผู้ผลิตรองเท้า พุ่งทะยาน 582% ภายหลังประกาศปรับทิศทางธุรกิจไปสู่โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 18,660 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 19,180 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.2 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 271 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 46 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดค มีหุ้นบวก 2,857 หุ้น และหุ้นลบ 1,945 ตัว โดยจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.47 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 12 ตัว และจุดต่ำสุด 1 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 104 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 43 ตัว

ที่มา Reuters



Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai