| ธปท. เผยเศรษฐกิจ เม.ย. อ่วมพิษสงคราม ทำดุลบัญชีเดินสะพัดไทยขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7.6 พันล้านดอลล์ มองแนวโน้มระยะข้างหน้ายังชะลอตัว ด้านความคืบหน้า Virtual Bank ผู้เล่นต้องแยกธุรกิจ การเงิน ออกจาก Real Sector ให้ชัดเจน นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน เม.ย. ในวันนี้ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน เม.ย. ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนตามกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ ส่วนหนึ่งจากผลการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินหลายแห่ง เพื่อรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเริ่มทรงตัวแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการส่งออกในเดือน เม.ย.ขยายตัว 23.3% ขยายตัวในหลายหมวดทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ จีน และสิงคโปร์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออกเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปเม็กซิโกและอาเซียน การนำเข้าขยายตัว 43.9% จากทุกหมวดสินค้า ทั้งหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการนำเข้าจากแหล่งอื่น หมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิงตามการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากการขาดดุลการค้าที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์ ตามมูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันเป็นสำคัญ “ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลสูง เป็นเรื่องของราคาสินค้านำเข้าที่สูง และมีปริมาณนำเข้า เช่น น้ำมัน ที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นตัวเลขพวกนี้จะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง และตาม Baseline น่าจะจบได้กลางปีนี้ และตัวเลขพวกนี้จะทยอยปรับลดลง ซึ่งอาจเป็นการขาดดุลชั่วคราวเท่านั้น ส่วนหนึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไป ก็เป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม แต่ถ้าห่วงมาก คือ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง”นางสาวชญาวดี กล่าว ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน เม.ย.อยู่ที่ 2.89% โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เร่งขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.83% โดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปและค่าโดยสารสาธารณะตามการส่งผ่านต้นทุนราคาพลังงาน แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกลางต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามแนวโน้มการส่งออกและการลงทุนในหมวดสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ระยะต่อไปยังต่อติดตาม พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง , ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน , มาตรการภาครัฐ , การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐ และพัฒนาการของภาวะเอลนีโญ ด้านค่าเงินบาท ยอมรับว่า ในระยะข้างหน้ายังมีความผันผวนสูง ตามปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง “ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง เป็นผลจากความไม่แน่นอน จากปัจจัยภายนอก จากความกังวลของนักลงทุน เพราะตลาดอ่อนไหวต่อสงคราม”นางสาวชญาวดี กล่าว ย้ำหลักเกณฑ์ Virtual Bank ชัดต้องแยกภาคการเงิน ออกจาก Real Sector ส่วนการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ในวันนี้ ที่จะพิจารณา เพื่อขอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาในหลักการว่าจะให้ 3 บริษัทเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน ของ Virtual Bank ของ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จํากัด (ACMH) นั้น ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามเช่นกัน ยืนยันว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ และทุกขั้นตอนยังคงยึดตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยผู้ขออนุญาตได้ยืนยันตั้งแต่ต้นว่าจะจัดโครงสร้างใหม่ โดยนำธุรกิจการเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมมารวมในกลุ่มเดียวกับ Virtual Bank และแยกออกจากธุรกิจนอกภาคการเงิน (Real sector) เพื่อให้สามารถกำกับดูแลความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการเอื้อประโยชน์ระหว่างบริษัทในเครือ “ทุกอย่างต้องดูหลักการ คือ ภาคการเงินและภาค Real Sector ต้องแยกกัน เรามีหลักการนี้ชัดเจน เพราะในแง่ของ Virtual bank เราอยากได้ผู้เล่นใหม่ๆ อาจจะเป็นบริษัทใหม่เลย หรือ บริษัทที่ทำ Real sector แล้วเข้ามาก็ได้เพราะฉะนั้นมันต้องเขียนให้ชัด ว่าหากเป็น Real sector มา จะต้องตัดให้ขาดในแง่ของความสามารถในการควบคุม อำนาจกิจการ ต้องไม่ปนกัน ไม่เช่นนั้นภาคการเงินจะเอื้อ Real sector ได้ เพราะฉะนั้นต้องตัดให้ได้ หากผู้ถือหุ้นไม่ยอมก็มีแนวทางอื่น ซึ่งให้ไปแล้วว่ามีหลายแนวทางที่จะทำให้ถูกได้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์”นางสาวชญาวดี กล่าว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |