ส่องกล้อง CPALL : กำไร 1Q69 ทุบสถิติใหม่ ยอดขายพุ่ง - มาร์จิ้นโตเด่น จับตาโบรกฯแห่ปรับเป้าใหม่

รูป ส่องกล้อง CPALL : กำไร 1Q69 ทุบสถิติใหม่ ยอดขายพุ่ง - มาร์จิ้นโตเด่น  จับตาโบรกฯแห่ปรับเป้าใหม่

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 69 15:48 น.


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 พ.ค.69

ชื่อโบรก

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส

ซื้อ

65.00

บล.ดาโอ

ซื้อ

63.00

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน

ซื้อ

62.00

บล.พาย

ซื้อ

61.00

บล.บัวหลวง

ซื้อ

60.00

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

60.00

บล.เอเซียพลัส

ซื้อ

59.00

บล.เคจีไอ

ซื้อ

59.00


สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 1Q69 ทำสถิติใหม่ (New High) อยู่ที่ประมาณ 8.8 - 9.12 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 - 20% YoY และ 22 - 26% QoQ ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 8 - 13% (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)


+ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.9% ได้แรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปีก่อน วันหยุดยาว เทศกาลตรุษจีน และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ตรงใจผู้บริโภค (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)


+ การขยายสาขาใหม่ทำได้ตามแผน โดยในไตรมาสนี้เปิดเพิ่ม 139 สาขา ทำให้มีสาขารวมกว่า 16,084 สาขา (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)


+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 28.1% เพิ่มขึ้น 20-30 bps YoY จากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทาน (RTE) และเครื่องดื่มที่มีมาร์จิ้นสูง (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)


+ ได้รับอานิสงส์จากการปลดล็อกขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ช่วง 14.00 - 17.00 น.) ทำให้สามารถขายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 11.00 - 24.00 น. (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย)


+ ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 19.8% (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย)


+ แนวโน้มกำไร 2Q69 คาดว่ายังเติบโต YoY ได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยฤดูกาลหน้าร้อนที่ช่วยหนุนยอดขายเครื่องดื่มและสินค้าคลายร้อน (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย)


+ ราคาหุ้นปัจจุบันยัง Laggard ตลาดและซื้อขายในระดับ Valuation ที่น่าสนใจ โดยมี PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย)


สรุปปัจจัยลบ- แนวโน้มกำไร 2Q69 อาจอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากกำไรของ CPAXT ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


- ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้น หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)


- ประเด็นการนำบริษัทย่อยเข้ากลุ่ม Virtual Bank เป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (บล.ฟิลลิป)


- มาตรการ "ไทยพลัส" ที่จะออกมาในช่วงกลางปีอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อ SSSG ของร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตในช่วงปลายไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


- รายได้อื่นๆ ที่สูงเกินคาดในไตรมาสนี้อาจมีความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากขึ้นอยู่กับการต่อรองกับคู่ค้า (Supplier) และความสำเร็จของแคมเปญการตลาดในแต่ละช่วง (บล.เคจีไอ)


Related Topics