| MAJOR โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126% จากปีก่อน รับอานิสงส์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ไทย-ต่างประเทศ กระตุ้นยอดคนดูและรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ พร้อมดันรายได้รวมโต 14% แม้รายได้โฆษณาชะลอตัว บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 69 มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท หรือ 126% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท หรือ 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,419 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่เติบโตจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งฮอลลีวูดและไทย อาทิ สัปเหร่อ 2 และ Avatar 3: Fire and Ash ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์และรายได้จากการขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกำไรขั้นต้นของ MAJOR อยู่ที่ 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 500 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรของธุรกิจ Concession (อาหารและเครื่องดื่ม) การบริหารต้นทุนค่าสาธารณูปโภค และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 453 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท หรือ 5% จากปีก่อน ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท หรือ 129% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท หรือ 9% โดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ 26% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 54% มาอยู่ที่ 32 ล้านบาท เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนบางรายการลดลง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนถึงนโยบายการดูแลผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 MAJOR มีสินทรัพย์รวม 12,383 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 68 สาเหตุหลักจากการชำระเงินสำหรับหุ้นซื้อคืนและการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets) หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,583 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 68 จากการชำระเจ้าหนี้การค้าและภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ลดลง ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,800 ล้านบาท ลดลง 3% จากผลของการสำรองหุ้นซื้อคืน บริษัทฯยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 1.61 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E Ratio) เท่ากับ 0.52 เท่า และอัตราส่วนภาระหนี้ตามข้อกำหนดสิทธิ (Debt Covenant) เท่ากับ 1.06 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินของบริษัทฯ แนวโน้มแผนธุรกิจปี 69 MAJOR คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ทั้งฮอลลีวูด ไทย และอนิเมชันที่มีแผนเข้าฉายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ (Admissions) และการใช้จ่ายในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Concession) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ บริษัทฯจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้า ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการให้บริการ การนำเสนอคอนเทนต์และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค การพัฒนาโรงภาพยนตร์และพื้นที่บริการรูปแบบใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมโปรแกรมสมาชิกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและความถี่ในการใช้บริการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ MAJOR ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาคอนเทนต์ไทยผ่าน M STUDIO รวมถึงการขยายช่องทางการสร้างรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและรองรับแผนการลงทุนในอนาคต โดยจะติดตามและบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป |