IVL มั่นใจแนวโน้ม Q2/69 โตต่อเนื่อง เหตุราคา-การใช้กำลังการผลิตหนุน

รูป IVL มั่นใจแนวโน้ม Q2/69 โตต่อเนื่อง เหตุราคา-การใช้กำลังการผลิตหนุน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ค. 69 14:14 น.

IVL คาดผลประกอบการดีต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากราคา-การใช้กำลังการผลิต พร้อมลดหนี้ได้เร็ว ดัน Net Debt/EBITDA ที่ระดับ 3 เท่า มั่นใจปี 71 บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และการเงินระยะยาวได้

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/69 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอย่างชัดเจน การฟื้นตัวได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ปรับตัวดีขึ้น และ การดำเนินการเชิงกลยุทธ์ภายใต้ IVL 2.0 ผ่านแนวทาง Radical Clarity และ การดำเนินงานอย่างมีวินัย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของวัฏจักรอุตสาหกรรมด้วยสถานะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม โดยคาดว่าจะเห็นผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ การลดภาระหนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นสู่เป้าหมาย Net Debt/EBITDA ที่ระดับ 3 เท่า และ ความคืบหน้าที่แข็งแกร่งสู่เป้าหมายปี 2571

ซึ่งผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากช่วงต่ำสุดของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงปี 2566–2568 โดยผลประกอบการดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างมีวินัย ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดเคมีภัณฑ์โลกได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 109.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7^ เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) ขณะที่ EBITDA ตามรายงานทางการเงินเพิ่มขึ้น 89% จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 8.0 พันล้านบาท การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณการขาย อัตรากำไรที่ดีขึ้น และ สัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ แนวทางการรายงานผลแบบ “Radical Clarity” ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งรวมผลกระทบจากความผันผวนของสินค้าคงคลังเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ช่วยสะท้อนภาพผลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ถึง 8.8 พันล้านบาท โดยมีอัตราการแปลง EBITDA เป็นกระแสเงินสด (EBITDA conversion rate) อยู่ที่ 109% ขณะเดียวกัน การบริหารเงินทุนหมุนเวียนเชิงรุกช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนลงได้ 3.2 พันล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายและราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งวินัยทางการเงินดังกล่าวส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt-to-Equity Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.73 เท่า จาก 1.83 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ

Combined PET (CPET) : กลุ่มธุรกิจนี้โดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ โดย EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 134 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สู่ระดับ 5.5 พันล้านบาท การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากระดับปริมาณการผลิตที่กลับมาอยู่ในระดับปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผน การปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคาในอุตสาหกรรม และ ความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการบูรณาการธุรกิจ shale-to-PET ของบริษัทฯ ในทวีปอเมริกา

Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์) : กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมี EBITDA อยู่ที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งนี้ การควบรวมกิจการที่เสนอร่วมกับบริษัท EPL Limited จะช่วยสร้างเครือข่ายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในระยะยาว

Indovinya (ธุรกิจสารลดแรงตึงผิว) : EBITDA อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของตลาดในอเมริกาใต้และเหตุการณ์สภาพอากาศหนาวจัดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานคาดว่าจะช่วยหักล้างผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากเอเชียเข้าสู่ตลาดหลัก

Fibers : EBITDA เพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 879 ล้านบาท ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการบริหารการผลิตอย่างมีวินัย เพื่อให้อุปทานสอดคล้องกับอุปสงค์ในตลาด โดยให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดและการบริหารสินค้าคงคลังมากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิต ท่ามกลางตลาดกลุ่มยานยนต์และไลฟ์สไตล์ที่ยังชะลอตัว

ทางด้านการดำเนินกลยุทธ์และแนวโน้มธุรกิจ

โดยผลการดำเนินงานของอินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับแรงสนับสนุนจาก “ปราการการแข่งขัน” (competitive moats) ทั้ง 4 ประการ ได้แก่ โมเดลการดำเนินงานระดับโลกแบบ local-for-local การบูรณาการ shale-to-PET ที่โดดเด่น การกระจายตัวของตลาดปลายทาง และ วินัยด้าน Sales & Operations Execution (S&OE) ที่ได้รับการยกระดับ จุดแข็งเหล่านี้เมื่อผสานกับการเปลี่ยนผ่านภายใต้ IVL 2.0 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากราคานำเข้าที่สูงขึ้น และ เสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด

อุตสาหกรรมโดยรวมเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง จากการชะลอตัวของกำลังการผลิต PET ใหม่ และ การปรับสมดุลของห่วงโซ่มูลค่าเอทิลีน ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวมากขึ้น กำลังสร้างสภาพแวดล้อมด้านอุปทานที่มีความสมดุลและมีวินัยมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ฝ่ายบริหารคาดว่า โมเมนตัมเชิงบวกจะต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาที่เอื้ออำนวย การใช้กำลังการผลิตของสินทรัพย์ที่มีความได้เปรียบเพิ่มขึ้น และ การขยายตัวของอัตรากำไร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อินโดรามา เวนเจอร์ส สามารถสร้างการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ และ เร่งความคืบหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และการเงินระยะยาวของบริษัทต่อไป


Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai