ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับเหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจ แม้สงครามในตะวันออกกลางจะเพิ่มความไม่แน่นอนและกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงที่ไม่เร่งหรือฉุดเศรษฐกิจ พร้อมช่วยสนับสนุนตลาดแรงงาน และเอื้อให้เงินเฟ้อทยอยปรับลดกลับสู่เป้าหมาย 2% เมื่อผลกระทบจากมาตรการภาษีเริ่มลดลง
เจฟเฟอร์สันกล่าวในการแสดงความเห็นที่มหาวิทยาลัยดีทรอยต์ เมอร์ซี ว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับสูง โดยราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นและความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยซ้ำเติม แม้ยังคงมองว่านโยบายการเงินปัจจุบันเหมาะสมสำหรับการประเมินทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดี เขาเตือนว่าราคาพลังงานที่ปรับขึ้นล่าสุดจะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วไปในระยะสั้น ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความเสี่ยงขาขึ้นต่อเงินเฟ้อ แม้โดยรวมยังคาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อจะชะลอลง
เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังสงครามในตะวันออกกลางดันต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและกระทบอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินได้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม พร้อมเตือนถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น
ในอีกด้าน ธนาคารกลางต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายราว 1 จุดเปอร์เซ็นต์ และตลาดแรงงานที่เริ่มทรงตัวแต่การจ้างงานใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณผลกระทบจากสงคราม หลังเศรษฐกิจภาคบริการขยายตัวชะลอลงในเดือนมีนาคม ขณะที่การจ้างงานหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 และต้นทุนวัตถุดิบเร่งตัวขึ้น
เจฟเฟอร์สันยังแสดงความกังวลต่อตลาดแรงงาน โดยระบุว่าแม้อยู่ในภาวะสมดุล แต่มีความเปราะบางต่อความไม่แน่นอน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้นายจ้างชะลอการจ้างงานและกดการเติบโตของการจ้างงานในระยะยาว
ขณะเดียวกัน จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก ระบุว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเปิดทางให้ธนาคารกลางสามารถปรับนโยบายได้หากภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ เจฟเฟอร์สันยังเตือนถึงความเสี่ยงจากตลาดสินเชื่อนอกระบบธนาคาร หรือไพรเวตเครดิต ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ยังไม่ผ่านวัฏจักรสินเชื่อเต็มรูปแบบ และอาจยังไม่ถูกทดสอบในภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยย้ำว่าธนาคารกลางจะติดตามความเคลื่อนไหวของภาคส่วนนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวม