ส่องกล้อง MTC : กำไร Q1 ทุบสถิตินิวไฮ โบรกฯเชียร์ ซื้อ อัพไซด์ยังเหลือ เป้าสูงสุด 55 บาท

รูป ส่องกล้อง MTC : กำไร Q1 ทุบสถิตินิวไฮ โบรกฯเชียร์ ซื้อ อัพไซด์ยังเหลือ เป้าสูงสุด 55 บาท

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 15:39 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 13 พ.ค. 69

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ทิสโก้

ซื้อ

55.00

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน

ซื้อ

50.00

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

45.00

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

ซื้อ

42.50

บล.กรุงศรี

ซื้อ

40.00

บล.เอเซีย พลัส

ซื้อ

39.00

บล.ทรีนีตี้

ซื้อ

38.00

บล.เคจีไอ

ขาย

26.50

สรุปปัจจัยบวก +

+ ผลการดำเนินงาน 1Q26 ทำ New High ตามคาด: กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 2% QoQ โดยเป็นการทำกำไรสูงสุดใหม่ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 12 (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

+ Credit Cost ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ลดลงสู่ระดับ 2.1 - 2.2% (จาก 2.6% ในไตรมาสก่อนหน้า) ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2.7 - 2.8% จากการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพและการคัดกรองลูกหนี้ที่เข้มงวด (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ)

+ ความแข็งแกร่งของระดับการตั้งสำรอง: Coverage Ratio ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 144 - 146% (จาก 143% ในไตรมาสก่อน) สะท้อนถึงการมีกันชนรองรับความเสี่ยงที่หนาแน่นขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้)

+ แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ลดลง: อยู่ที่ 4.42% ใน 1Q26 และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำลงและการถูกปรับเพิ่มอันดับเครดิต (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

+ คาดการณ์กำไรปี 2026 เติบโตต่อเนื่อง: ประมาณการกำไรทั้งปีอยู่ที่ 7.3 - 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8 - 13% YoY โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในช่วง 3Q69 (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส)

สรุปปัจจัยลบ -

- คุณภาพสินทรัพย์มีสัญญาณอ่อนตัวลงเล็กน้อย: NPL Ratio ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.54 - 2.57% (จาก 2.53% ในไตรมาสก่อน) โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ถูกกดดัน: ลดลงเหลือ 13.0 - 13.5% จากการปรับสัดส่วนพอร์ตไปเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Yield ต่ำกว่า) และการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ต้องปรับลดดอกเบี้ยเพื่อรักษาฐานลูกค้า (บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

- การเติบโตของสินเชื่อใน 1Q26 ชะลอตัว: สินเชื่อขยายตัวเพียง 0.4 - 0.5% QoQ ซึ่งต่ำกว่าปกติเนื่องจากเป็นช่วง Low Season และมีปัจจัยจากการเลือกตั้งท้องถิ่นและเลือกตั้งทั่วไปที่กระทบความต้องการสินเชื่อ (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

- ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มสูงขึ้น: ส่งผลให้ Cost-to-income ratio ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 48.8% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน การขยายสาขา และการลงทุนระบบ IT (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

- ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและเศรษฐกิจ: สภาพเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกระทบกลุ่มรากหญ้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกดดันความเชื่อมั่น (บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ)


Related Topics