2 Jun 2026 13:07บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ให้น้ำหนักลงทุน “Overweight” ให้ CK เป็นหุ้นเด่นบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ให้น้ำหนักลงทุน “Overweight” ให้ CK เป็นหุ้นเด่นTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI Industry Focusกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เติบโตไปกับการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น . กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “รอบการลงทุนครั้งใหญ่” (investment super cycle) รอบใหม่ เราคาดว่าจะมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (mega infrastructure projects) มูลค่ารวมมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทยอยเปิดประมูลในช่วงปี 2026-2028. โดยได้รับแรงหนุนจาก 1. การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโอกาสโครงการ PPP ที่เพิ่มขึ้น 2. เม็ดเงิน FDI ที่ไหลเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานหมุนเวียน 3. การแข่งขันที่ลดลง หลัง ITD เผชิญข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง. เราคาดว่ากำไรของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างจะเติบโต 7% y/y สู่ระดับ 3.9 พันล้านบาทในปี 26F จาก backlog ที่แข็งแกร่ง การรับรู้รายได้งานก่อสร้างที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (equity income) ที่เพิ่มขึ้น. คาดว่า STECON คาดว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดใน FY26F หนุนโดย การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุน และรายได้เงินปันผลจาก GULF ขณะที่ CK จะยังได้ประโยชน์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มี margin สูง และกำไรจากบริษัทร่วม. ผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นยังจำกัด รัฐบาลเพิ่งผ่อนคลายกลไก K-factor จากเดิม ±4% เหลือ ±2% ทำให้ผู้รับเหมาสามารถได้รับการชดเชยต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ผู้รับเหมามักล็อกราคาวัสดุล่วงหน้าอยู่แล้ว เพราะโครงการขนาดใหญ่มีระยะเวลาดำเนินงานยาว จึงมีความยืดหยุ่นในการวางแผนจัดซื้อวัสดุมากพอควร ดังนั้น ผู้บริหารคาดว่าผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในช่วง 2Q26-3Q26 จะมีจำกัด. เรายังคงให้น้ำหนักลงทุน “Overweight” กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยให้ CK เป็นหุ้นเด่น (แนะนำซื้อ; ราคาเป้าหมาย 23 บาท) จากแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่งในช่วงปี 26F-28F มีโอกาสได้งานใหม่มูลค่าราว 6.5 หมื่นล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมช่วยหนุน และเรายังชอบ STECON (แนะนำซื้อ; ราคาเป้าหมาย 19 บาท) จาก backlog ที่แข็งแกร่ง แนวโน้มผลประกอบการ 26F ที่ฟื้นตัวดีขึ้น และจุดแข็งในโครงการภาคเอกชน โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์และโครงการพลังงานหมุนเวียน นักวิเคราะห์ : ศศิกานต์ อุดมเวศย์: sasikarnudomvej@dbs.com: Tel. 02 857 7833 efinAI
Industry Focusกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เติบโตไปกับการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น . กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “รอบการลงทุนครั้งใหญ่” (investment super cycle) รอบใหม่ เราคาดว่าจะมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (mega infrastructure projects) มูลค่ารวมมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทยอยเปิดประมูลในช่วงปี 2026-2028. โดยได้รับแรงหนุนจาก 1. การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโอกาสโครงการ PPP ที่เพิ่มขึ้น 2. เม็ดเงิน FDI ที่ไหลเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานหมุนเวียน 3. การแข่งขันที่ลดลง หลัง ITD เผชิญข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง. เราคาดว่ากำไรของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างจะเติบโต 7% y/y สู่ระดับ 3.9 พันล้านบาทในปี 26F จาก backlog ที่แข็งแกร่ง การรับรู้รายได้งานก่อสร้างที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (equity income) ที่เพิ่มขึ้น. คาดว่า STECON คาดว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดใน FY26F หนุนโดย การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุน และรายได้เงินปันผลจาก GULF ขณะที่ CK จะยังได้ประโยชน์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มี margin สูง และกำไรจากบริษัทร่วม. ผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นยังจำกัด รัฐบาลเพิ่งผ่อนคลายกลไก K-factor จากเดิม ±4% เหลือ ±2% ทำให้ผู้รับเหมาสามารถได้รับการชดเชยต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ผู้รับเหมามักล็อกราคาวัสดุล่วงหน้าอยู่แล้ว เพราะโครงการขนาดใหญ่มีระยะเวลาดำเนินงานยาว จึงมีความยืดหยุ่นในการวางแผนจัดซื้อวัสดุมากพอควร ดังนั้น ผู้บริหารคาดว่าผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในช่วง 2Q26-3Q26 จะมีจำกัด. เรายังคงให้น้ำหนักลงทุน “Overweight” กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยให้ CK เป็นหุ้นเด่น (แนะนำซื้อ; ราคาเป้าหมาย 23 บาท) จากแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่งในช่วงปี 26F-28F มีโอกาสได้งานใหม่มูลค่าราว 6.5 หมื่นล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมช่วยหนุน และเรายังชอบ STECON (แนะนำซื้อ; ราคาเป้าหมาย 19 บาท) จาก backlog ที่แข็งแกร่ง แนวโน้มผลประกอบการ 26F ที่ฟื้นตัวดีขึ้น และจุดแข็งในโครงการภาคเอกชน โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์และโครงการพลังงานหมุนเวียน นักวิเคราะห์ : ศศิกานต์ อุดมเวศย์: sasikarnudomvej@dbs.com: Tel. 02 857 7833