WHAUP ผนึก สหฟาร์ม ลุย Solar Farm พ่วง BESS ลพบุรี คาดเริ่มติดตั้ง Q2/69

รูป WHAUP ผนึก สหฟาร์ม ลุย Solar Farm พ่วง BESS ลพบุรี คาดเริ่มติดตั้ง Q2/69

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 10:40 น.

WHAUP ผนึก สหฟาร์ม ติดตั้ง Solar Farm ขนาด 10 MW ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน BESS ขนาด 20 MWh คาดเริ่มติดตั้ง Q2/2569 ดันพอร์ตโซลาร์รวมในกลุ่มสหฟาร์มพุ่งแตะ 56.47 MW ชี้ช่วยลูกค้าประหยัดต้นทุนพลังงานรวมตลอดอายุโครงการ 30 ปี สูงถึง 1,647 ล้านบาท

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้ารุกให้บริการโซลูชันพลังงานครบวงจร โดยมุ่งเน้นการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมร่วมขับเคลื่อนพันธมิตรธุรกิจเข้าสู่ยุคสังคมคาร์บอนต่ำ (Decarbonization) อย่างยั่งยืน

ล่าสุด WHAUP ได้ลงนามสัญญาร่วมกับ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ขนาด 10 เมกะวัตต์ (MW) ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ขนาด 20 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ณ จังหวัดลพบุรี โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการติดตั้งในช่วงไตรมาส 2/2569

ภายหลังการลงนามในครั้งนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตามสัญญารวมที่ WHAUP ให้บริการแก่กลุ่มสหฟาร์ม เพิ่มขึ้นเป็น 56.47 MW พร้อมระบบ BESS รวม 20 MWh ตอกย้ำความร่วมมือระยะยาวในการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในภาคอุตสาหกรรม

“การผสาน Solar Farm เข้ากับระบบ BESS ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับโซลูชันพลังงานหมุนเวียน เพราะไม่เพียงช่วยให้ลูกค้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังช่วยเสริมเสถียรภาพด้านพลังงาน ลดความผันผวนของต้นทุนไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Decarbonization อย่างยั่งยืน” นายอัครินทร์ กล่าว

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชีและการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ WHAUP ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้โครงการ Go Green ขององค์กร ในการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโครงการนี้ คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่สหฟาร์มได้เฉลี่ยสูงกว่า 21 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 294 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา และหากพิจารณาในระยะยาวตลอดอายุโครงการ 30 ปี จะช่วยลดต้นทุนพลังงานได้สูงถึง 1,647 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเห็นผล

นางสาวบุญญาลักษณ์ โชติเทวัญ กรรมการบริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัท โกลเด้น ไลน์ บิสซิเนส จำกัด กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ช่วยให้สหฟาร์มบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสริมเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับสถานประกอบการในจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและการดำเนินงานในระยะยาว

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยสูงถึง 6,696 ตันต่อปี หรือสะสมรวมกว่า 200,900 ตัน ตลอดระยะเวลาโครงการ 30 ปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก และสอดคล้องกับพันธกิจ WHA: Shape the Future for Thailand


Related Topics

Reported by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai