สรุป Earnings Call : JMART มองครึ่งปีหลังผลงานดีต่อเนื่อง หลัง Lock Phone–JMT– สุกี้ตี๋น้อย สร้างกำไรโดดเด่น

รูป สรุป Earnings Call : JMART มองครึ่งปีหลังผลงานดีต่อเนื่อง หลัง Lock Phone–JMT– สุกี้ตี๋น้อย สร้างกำไรโดดเด่น

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 69 11:21 น.

JMART คาดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1/69 ธุรกิจ Lock Phone เติบโตโดเด่น หนุนกลุ่ม เจมาร์ท โมบาย-ซิงเกอร์-เอสจี แคปปิตอล-เคบี เจ แคปปิตอล พร้อมขยายฐานลูกค้าในตลาดสมาร์ตโฟน และ สินเชื่อดิจิทัล ส่วน สุกี้ตี๋น้อย ยังเร่งขยายสาขาและสร้างส่วนแบ่งกำไรต่อเนื่อง

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 1/69 สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจนของกลุ่มบริษัท ภายใต้กลยุทธ์ “The Power of Synergy” ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ Ecosystem ระหว่างธุรกิจค้าปลีก การเงิน และ เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อ “Lock Phone” ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทั้ง SINGER และ SGC หลังจากกลุ่มบริษัทใช้เวลาปรับโครงสร้างธุรกิจ และ แก้ Pain Point มานานกว่า 2–3 ปี

“Business Model ของ Lock Phone พิสูจน์ตัวเองแล้ว ทั้งในตลาด China Brand ผ่าน SGC และ Samsung Finance+ ผ่าน KBJ ว่า สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง แม้อยู่ภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และ บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนผ่านคุณภาพพอร์ตและความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม JMART ยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท"


สำหรับ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันกำไรปีนี้เติบโต 2 เท่า ผ่านกลยุทธ์รุกตลาดสินเชื่อโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ควบคู่กับการขยายช่องทางขาย และ Synergy ร่วมกับกลุ่มบริษัท

ซึ่งยังตอกย้ำโอกาสการเติบโตในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อสมาร์ตโฟนของประเทศไทย ผ่านการครอบคลุมตลาดมือถือครบทุกเซกเมนต์ โดยในเชิงจำนวนเครื่อง (Market Share by Unit) กลุ่มสมาร์ตโฟน Android China Brand ได้แก่ OPPO , vivo , realme , Xiaomi , HONOR และ Infinix มีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 56% สะท้อนฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในตลาดแมส ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ Lock Phone ขณะที่ในเชิงมูลค่าตลาด (Market Share by Value) China Brand มีสัดส่วน 35% ใกล้เคียงกับ iPhone และ Samsung ที่มีสัดส่วน 35% และ 30% ตามลำดับ

ปัจจุบันกลุ่ม JMART มีพอร์ตสินเชื่อสมาร์ตโฟนครอบคลุมครบทุกเซกเมนต์ของตลาด โดย Samsung Finance+ ภายใต้ KBJ มีพอร์ตลูกหนี้ (AR Portfolio) ณ ไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมฐานลูกค้าสะสมกว่า 2.5 ล้านบัญชี ขณะที่ SG Finance+ ภายใต้ SGC ซึ่งเน้นตลาด China Brand มีพอร์ตลูกหนี้รวม 7.1 พันล้านบาท และ ฐานลูกค้าสะสมกว่า 1.3 ล้านบัญชี ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจ Mobile Phone Lending ของกลุ่ม JMART มีพอร์ตลูกหนี้รวมสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท และ มีฐานลูกค้าสะสมกว่า 3.8 ล้านบัญชี สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดล Synergy ระหว่างแพลตฟอร์มสินเชื่อ ร้านค้าปลีก และ เครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ โดยสิ้นปีนี้คาดหวังมีฐานลูกค้าสะสมกว่า 5 ล้านบัญชี

โดยแหล่งที่มาของเงินทุนของบริษัทฯ ปัจจุบัน แบ่งเป็น เงินสดในมือ และ สินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ และ การลงทุนของกลุ่ม ประมาณ 1,000 ล้านบาท , เงินกู้จากสถาบันการเงิน ประมาณ 1,380 ล้านบาท , เงินปันผลจากบริษัทย่อยและการลงทุน ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระไป 2,000 ล้านบาท และ ในเดือนตุลาคม 2569 บริษัทฯ มีหุ้นกู้ที่รอชำระคืนอีก 1,612 ล้านบาท

ด้าน บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT แม้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 252.2 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) เพิ่มขึ้นภายใต้แนวทางบริหารความเสี่ยงแบบ Conservative แต่ยังคงมีจุดแข็งด้านความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสด โดยในไตรมาส 1/69 บริษัทสามารถจัดเก็บกระแสเงินสดรวมทั้งส่วนของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) ได้รวม 2,141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และ บริษัทตั้งเป้าลดระดับ ECL ลงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569

โดยแหล่งที่มาของเงินทุน (ล้านบาท) แบ่งเป็น การเก็บเงินสดไตรมาสที่ 1/69 ไปไตรมาส 3/69 ที่ 3,500 ล้านบาท , กระแสเงินสดในมือ ประมาณ 337 ล้านบาท , กองทุนรวม ประมาณ 1,492 ล้านบาท และ วงเงินสินเชื่อธนาคาร (วงเงินที่สามารถใช้ได้) ประมาณ 950 ล้านบาท ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำหนดชำระคืนหุ้นกู้ 1,147 ล้านบาท , เดือนตุลาคม 2569 ชำระคืนหุ้นกู้ 444 ล้านบาท , เดือนพฤศจิกายน 2569 ชำระคืนหุ้นกู้ 823.3 ล้านบาท และ เดือนมีนาคม 2570 ชำระคืนหุ้นกู้ 1,662.2 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้เตรียมเงินไว้รองรับการชำระคืนหุ้นกู้ทั้งหมดไว้แล้ว

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” ภายใต้ BNN Restaurant Group ซึ่งยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1/69 มีรายได้ 2,588 ล้านบาท เติบโต 32% และ มีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท ขณะที่ JMART รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น 30% เป็นจำนวน 51 ล้านบาท ก่อนการปันส่วน PPA

ปัจจุบัน “สุกี้ตี๋น้อย” มีสาขารวม 117 สาขา ครอบคลุมทั้งแบรนด์ Suki Teenoi, Teenoi BBQ และ Teenoi Gold สะท้อนศักยภาพในการ Scale ธุรกิจและการตอบรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยเปิดให้บริการแล้วใน 38 จังหวัด และ มีแผนขยายเพิ่มภายในปี 2569 อีก 19 จังหวัด พร้อมศึกษาพื้นที่เพิ่มเติมอีก 20 จังหวัด เพื่อเร่งขยายฐานลูกค้าสู่ระดับประเทศ และ ต่อยอดการเติบโตในระยะยาว

ทางด้าน บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J ยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เช่า ผ่านโครงการใหม่ เช่น โรงแรม SENS Hotel สนามกีฬา และ Sport Economy เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ประจำในอนาคต โดยคงเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 800 ล้านบาท หรือ เติบโต 15% ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจและการขยายธุรกิจปีนี้ ประกอบด้วย พื้นที่ให้เช่า 3,800 ตารางเมตร , ธุรกิจโรงแรม 136 ห้อง , ธุรกิจบ้านพักคนชรา 52 เตียง และ เปิดสาขา 4 แห่งใน IT Junction ต่อปี


Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai