| 📌 Investment Strategy 📊 สรุปภาพรวมตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (30 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันยังคงทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,906.05 จุด ลดลง 443.87 จุด หรือ -0.86%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,651.54 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,861.06 จุด เพิ่มขึ้น 63.52 จุด หรือ +0.24% ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพุธ (30 ก.ย.) และปิดลบเป็นเดือนแรกในรอบ 6 เดือน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งขึ้นกดดันความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 634.89 จุด ลดลง 3.19 จุด หรือ -0.50% 📈 สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 ก.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 90.42 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 0.94 ดอลลาร์ หรือ 0.92% ปิดที่ 103.53 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 ก.ย.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับขึ้นเพียงจำกัด เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงสร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ ทั้งนี้ สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 4,186.70 ดอลลาร์/ออนซ์ 🇹🇭 SET Index เรามองกรอบ SET Index ที่ 1,550-1,570 จุด โดยตลาดยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อโลก นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อกระแสเงินทุนและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แม้ว่าตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ จะออกมาต่ำกว่าคาด แต่ตลาดยังไม่ได้คลายความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ ⭐ หุ้นแนะนำ 📱 TRUE เราคาดว่ากำไรสุทธิของ True Corp ในไตรมาส 3/2026F จะอยู่ที่ 6.34 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 303% YoY จากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน แต่ลดลงเล็กน้อย 3.2% QoQ เราประเมินว่ารายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC) จะเติบโต 0.6% YoY และ 0.4% QoQ ใน 3Q26F สะท้อนการเติบโตที่ยังเป็นบวก แต่เริ่มชะลอลงตามภาวะการแข่งขันและการอิ่มตัวของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Take profit: 13.10 / Stop loss: 12.40) ⚡ GULF เราคาดว่าโครงการต่าง ๆ ของ GULF ทั้งในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ และ MTP3 LNG Terminal จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรในระยะยาวหลังปี 2030F GULF มีส่วนแบ่งตลาดในการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. มากที่สุด มีฐานกำไรที่กระจายอยู่ในหลายธุรกิจ และมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และ LNG (Take profit: 59.75 / Stop loss: 58.50) #CGSInternational #CGSI
|