“บิ๊กซี” ประกาศทุ่มงบ 8 พันลบ. เปิดกว่า 200 สาขาใหม่ ปรับโมเดลธุรกิจสู่ “Store Transformation”

รูป “บิ๊กซี” ประกาศทุ่มงบ 8 พันลบ. เปิดกว่า 200 สาขาใหม่ ปรับโมเดลธุรกิจสู่ “Store Transformation”

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 17:33 น.


"บิ๊กซี" เดินเกมรุกตลาดค้าปลีกยุคใหม่ปีนี้ ประกาศทุ่มงบลงทุน 8,000 ล้านบาท ปรับโมเดลธุรกิจสู่ “Store Transformation” เปิดมากกว่า 200 สาขาใหม่ แบ่งเป็นสาขาใหญ่ 2 สาขา และสาขาเล็กกว่า 200 สาขา เจาะกลุ่มเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนศักยภาพ ภายใต้แนวคิด “Better Store”

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนลงทุนเชิงรุกปี 2569 ด้วยงบกว่า 8,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ ผ่านการเปิดสาขาใหม่มากกว่า 200 สาขา พร้อมเร่งปรับโมเดลธุรกิจและยกระดับสาขาเดิมสู่แนวคิด “Store Transformation”

แผนลงทุนดังกล่าวประกอบด้วยการเปิดสาขาขนาดใหญ่ 2 สาขา และสาขาขนาดเล็กกว่า 200 สาขา เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนศักยภาพใหม่ ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 18 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Better Store” ที่มุ่งเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกจาก “สถานที่จับจ่าย” ไปสู่ “Lifestyle & Community Destination”

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องจำนวนสาขา แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของโลเคชัน” และ “ความสามารถในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่”

“การปรับรูปแบบการดำเนินงานของบางสาขาในช่วงที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ตเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และนำทรัพยากรไปขยายในทำเลที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า ซึ่งสะท้อนว่า บิ๊กซี ยังเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” นายอัศวินกล่าว

ทั้งนี้ บิ๊กซี มองว่า landscape ของธุรกิจค้าปลีกกำลังเปลี่ยนจาก “Mass Retail” ไปสู่ Retail ที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเฉพาะพื้นที่มากขึ้น ทั้งด้านความสะดวก ความถี่ในการใช้บริการ และประสบการณ์ภายในสาขา ส่งผลให้การคัดเลือกทำเลและการออกแบบสาขากลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป

สำหรับแนวคิด “Better Store” จะมุ่งเพิ่มองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ผู้บริโภค ผ่านโซนกิจกรรม ร้านอาหาร ร้านค้าเฉพาะทาง พื้นที่พบปะสังสรรค์ รวมถึง tenant mix รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการภายในสาขา และสร้าง engagement กับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน

นอกจากนี้ บิ๊กซี ยังเตรียมเดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ภายใต้แบรนด์สินค้าของบิ๊กซี ที่เน้นคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังต้องการความคุ้มค่า (Value for money) อย่างชัดเจน

ปัจจุบัน บิ๊กซี มีสาขาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว รวม 208 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต 54 สาขา รวมถึงมีบิ๊กซีมินิอีก 1,527 สาขา และยังดำเนินธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 19 สาขา สะท้อนการขยายตัวของเครือข่ายค้าปลีกในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น BJC จาก efin.finance ดังนี้

ที่มา : บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)

ปัจจัยบวกแนวโน้มกำไรปกติฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ Q2/69 เป็นต้นไป: คาดการณ์กำไรปกติใน Q2/69 จะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และมีแนวโน้มไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องไปใน Q3/69 จากอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มไตรมาส รวมถึงเข้าสู่ช่วง High season ของธุรกิจ BigC ใน Q4/69 (บล.เอเซียพลัส)

กลยุทธ์ลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: บริษัทเดินหน้าบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ผ่านการปรับปรุงวัตถุดิบ การลงทุนระบบ Automation และการติดตั้ง Solar Rooftop มากกว่า 500 แห่ง (บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ธุรกิจ MSC และสินค้า Private Label เติบโตทำสถิติใหม่: ธุรกิจ MSC มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากช่องทาง E-commerce, ร้านโดนใจ (Donjai) และสินค้า Private Label ซึ่งสัดส่วนยอดขาย Private Label สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 17.4% ใน Q1/69 (บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

คาดการณ์กำไรสุทธิระยะยาวโตเฉลี่ย 4% YoY: นักวิเคราะห์คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ระดับ 4.4 พันล้านบาท และปี 2570 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท เติบโต +4% YoY และ +4% YoY ตามลำดับ โดยได้แรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ PSC ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต และธุรกิจ MSC ที่คาดว่ายอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ที่ +1.5% YoY (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ปัจจัยลบ

ยอดขาย BigC ช่วงแรกยังชะลอตัว: ยอดขายจากสาขาเดิม (SSS) ของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (BigC) ในเดือน เม.ย. 69 ยังคงชะลอตัวใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยใน Q1/69 ก่อนที่จะเริ่มทรงตัวได้ในช่วงต้นเดือน พ.ค. 69 ทำให้คาดว่ากำไรปกติใน Q2/69 อาจจะทำได้แค่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) (บล.เอเซียพลัส)

ปรับลดเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลงจากแรงกดดันต้นทุน: บริษัทมีการปรับเป้าหมาย GPM ปี 2569 ลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว +10-20bps เปลี่ยนเป็น "ทรงตัวถึงหดตัวเล็กน้อย" เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการรวมธุรกิจโรงแก้วในต่างประเทศ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้และกำไรปี 2569: บริษัทมีการปรับลดเป้าหมายลงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตเพียงแค่ "ระดับปานกลาง" ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะทรงตัว (บล.เอเซียพลัส)

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและภาวะเศรษฐกิจ: ผลประกอบการยังมีแรงกดดันที่ต้องติดตามจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น BJC เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews


Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai