| CKP โชว์กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 179.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.1 ล้านบาท หรือ 154.8%YoY เหตุรับรู้รายได้จากการขายไฟเพิ่ม เผยความผันผวนราคาพลังงาน ส่งผลเดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ ส่วนแผนงาน 5 ปี(69-73) ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และ การเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 179.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.1 ล้านบาท หรือ 154.8%YoY หากไม่รวมกำไร(ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนและการรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่าหนี้สินทางการเงินตามสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทจะรับรู้กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือ 82.8%YoY ซึ่งการเติบโตดังกล่าว มาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และ อัตราดอกเบี้ยลดลลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนเช่นกัน จากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ ช่วงต้นปี 2569 สูงกว่าปีก่อน และ มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 1 ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง จากโครงสร้างสัดส่วนกำลังการผลิตของ CKPower ซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะมีผลกระทบเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดของ CKPower เท่านั้น "จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมี.ค.69 อยู่ที่ 72% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้" สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.78 เท่า และ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่วนแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และ การเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ทั้งนี้ ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หรือ คิดเป็น 17% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศและสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บริษัทเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 |