PTG เดินหน้ารับมือสงครามฯ เน้นรักษาสภาพคล่อง-ระมัดระวังลงทุน ย้ำรักษาธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ

รูป PTG เดินหน้ารับมือสงครามฯ เน้นรักษาสภาพคล่อง-ระมัดระวังลงทุน ย้ำรักษาธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 เม.ย. 69 12:41 น.

PTG เผย แผนรับมือช่วงสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการเน้นรักษากระแสเงินสด -สภาพคล่อง และระมัดระวังการลงทุ หวังรอดูสถานการณ์ ระบุ ช่วงวิกฤตพลังงานเน้นบริหารสต็อกน้ำมันระยะสั้น สำรองน้ำมันขายเฉลี่ยไม่เกิน 2 วัน/ สาขา แต่ละปั้มสต็อกฯไม่เกิน 30,000 ลิตร ป้องกันการขาดทุน ย้ำเดินหน้าธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล บริหารจัดการความเสี่ยงป้องกันผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่ผันผวน


นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง จนส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันนั้น ทำให้บริษัทต้องเตรียมแผนรับมือในการทำธุรกิจ ด้วยการให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด และสภาพคล่องของกิจการ และระมัดระวังการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์โดยรวม เนื่องจากช่วงต้นของวิกฤติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านนั้น เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และการปิดตัวชั่วคราวของปั๊มน้ำมันอิสระจำนวนมาก จากราคาต้นทุนสูงกว่าราคาขายปลีกที่ภาครัฐกำหนด จนทำให้ผู้ใช้บริการมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการแบรนด์หลักจนยอดขายสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และเกินกว่าขีดความสามารถในการขนส่ง และสำรองน้ำมันตามปกติจะรองรับได้ทัน


ดังนั้นในช่วงวิกฤตพลังงาน และปัญหาซัพพลายเชน PTG มีนโยบายการบริหารสต็อกน้ำมันแบบ “น้อยแต่คล่องตัว” โดยเน้นสต็อกน้ำมันระยะสั้น สำรองน้ำมันไว้เพียงพอสำหรับขายเฉลี่ยไม่เกิน 2 วันต่อสาขา ซึ่งในแต่ละสถานีบริการจะมีการสต็อกน้ำมันไว้ไม่เกิน 30,000 ลิตร และไม่สต็อกน้ำมันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการขาดทุนจากสต็อก


" ยืนยันว่าบริษัทดำเนินธุรกิจยึดมั่นตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสต็อกน้ำมันให้สมดุล เพื่อป้องกันผลกระทบจากการผันผวนของราคาตลาดโลก และจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ดีเซลลดลง จากการประหยัดของผู้บริโภค ซึ่งกระทรวงพลังงานคาดการณ์ว่าจะทำให้ความต้องการดีเซล ทั้งระบบลดลง 30% " นายรังสรรค์ กล่าว

นายรังสรรค์ กล่าวว่า PTG มีนโยบายชัดเจนในฐานะที่เป็นบริษัทคนไทย100% ในการดำเนินนโยบายเพื่อคนไทย อยู่ดีมีสุข ยั่งยืน เน้นหลักธรรมาภิบาล โดย ดำเนินผ่าน โครงการ “PTค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน ” ซึ่งดำเนินการมา 5ปี จัดกิจกรรม ไตรมาสละ 1 ครั้ง หรือปีละ4 ครั้ง ซึ่งทำมา 20 ครั้ง และจะทำต่อไป


โดยโครงการนี้ ประกอบด้วย การมอบทุนศึกษานักเรียนในพื้นที่ เพราะ ความรู้คือรากฐานที่สำคัญ การปลูกต้นไม้ ปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อสร้างความยั่งยืน มั่นคงทางอาหาร รักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม และในภาวะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ได้คืนความสว่างของดวงตา แก่ผู้สูงอายุ ผ่านโครงการ PTชุมชนตาสว่าง โดย 5ปี ทำแว่นตาให้กับผู้สูงอายุแล้วกว่า 8,000 คน



Related Topics

Reported by

พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

Executive Editor, efinanceThai