ทิสโก้ชี้หุ้นเฮลธ์แคร์มาแรง ผลตอบแทนไบโอเทคพุ่ง 64% แซงทองคำ-หุ้นโลก รับแรงหนุน AI-ดีมานด์ยา

รูป ทิสโก้ชี้หุ้นเฮลธ์แคร์มาแรง ผลตอบแทนไบโอเทคพุ่ง 64% แซงทองคำ-หุ้นโลก รับแรงหนุน AI-ดีมานด์ยา

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 11:19 น.

"ทิสโก้" แนะลงทุนหุ้นเฮลธ์แคร์ตั้งแต่ต้นปี 69 มองเป็นกลุ่มปลอดภัยที่ยังเติบโตได้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยเฉพาะไบโอเทคที่ได้อานิสงส์จาก AI และกระแส M&A ส่งผลให้ผลตอบแทนโดดเด่นเหนือทั้งทองคำและตลาดหุ้นโลก

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้แนะนำลูกค้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม “เฮลธ์แคร์” มาตั้งแต่ต้นปี 2569 เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่มีความปลอดภัยสูง และยังสามารถเติบโตได้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัยและพัฒนายา ทำให้อัตราความสำเร็จในการค้นคว้ายาใหม่สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ปรับตัวโดดเด่นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และยิ่งแข็งแกร่งในช่วงเกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า “นวัตกรรมทางการแพทย์” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์สร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในภาวะวิกฤต

ช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 27 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน หุ้นกลุ่มไบโอเทคให้ผลตอบแทน 8% ขณะที่ทองคำให้ผลตอบแทนติดลบ 13% และหุ้นโลกปรับขึ้นเพียง 2.4% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี หุ้นไบโอเทคให้ผลตอบแทนสูงถึง 64% สูงกว่าทองคำที่ให้ผลตอบแทน 38.41% และหุ้นโลกที่ให้ผลตอบแทน 29.95%

ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้หุ้นไบโอเทคเติบโตโดดเด่น มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความแข็งแกร่งของธุรกิจที่มีความต้องการต่อเนื่อง เพราะยาและการรักษาพยาบาลถือเป็นปัจจัยจำเป็นพื้นฐาน แม้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือความผันผวนระดับโลก ผู้ป่วยยังคงต้องเข้าถึงการรักษา ทำให้ธุรกิจมีเสถียรภาพด้านรายได้สูง

อีกปัจจัยสำคัญคือกระแสการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในอุตสาหกรรมยา โดยบริษัทยาขนาดใหญ่ที่กำลังเผชิญภาวะสิทธิบัตรยาหมดอายุ หรือ Patent Cliff ต่างเร่งเข้าซื้อบริษัทไบโอเทคขนาดกลางและเล็กที่มีนวัตกรรมใหม่ เพื่อเสริมพอร์ตยาในอนาคต ซึ่งหลายดีลเกิดขึ้นในราคาสูงกว่าตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

การปรับแนวทางอนุมัติยาขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ผ่านโครงการ Accelerated Approval และ Priority Review Vouchers (PRV) ยังช่วยให้ยานวัตกรรมเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาพัฒนา และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้บริษัทได้เร็วกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน กลุ่ม Healthcare Equipment & Supplies หรือ MedTech ก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ผสาน AI เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัด หรือระบบ AI ตรวจคัดกรองมะเร็ง ซึ่งกำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของดีล M&A ในอุตสาหกรรมสุขภาพ

มองว่า ธุรกิจ MedTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปสู่รูปแบบ Software-as-a-Medical-Device (SaMD) ผ่านการให้บริการซอฟต์แวร์และ AI แบบ Subscription รายปี ส่งผลให้ธุรกิจมีรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และอัตรากำไรที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรมสุขภาพต่อไป

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน


Related Topics

Reported by

Jumnian Porntaveesup

Jumnian Porntaveesup

Senior Reporter, efinanceThai