องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยว่า เงินอุดหนุนจากภาครัฐ เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดโลกของบริษัทจีนพุ่งขึ้นราว 60% ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยผลการวิเคราะห์ชี้ว่าบริษัทจีนได้รับการสนับสนุนจากรัฐสูงกว่าคู่แข่งประมาณ 3 ถึง 8 เท่า ใน 15 อุตสาหกรรม ระหว่างปี 2005-2024 ซึ่งสะท้อนว่าบทบาทของนโยบายรัฐในเศรษฐกิจโลกกำลังขยายตัวและสร้างแรงกดดันต่อการแข่งขันระหว่างประเทศมากขึ้น
รายงานของ OECD สะท้อนภาพการแข่งขันที่อาจบิดเบือนในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่แข่งขันด้านราคาอย่าง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวของ สหภาพยุโรป (EU) มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยุโรปกำลังเผชิญความกังวลเรื่องการขาดดุลการค้ากับจีนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อผู้ผลิตในภูมิภาคที่ต้องรับมือกับต้นทุนและการแข่งขันจากสินค้าราคาต่ำที่ได้รับแรงหนุนจากรัฐ
แรงกดดันต่อสงครามการค้าและนโยบายภาคอุตสาหกรรม
ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับชาติตะวันตกตึงเครียดมากขึ้น เพราะประเด็นเงินอุดหนุนรัฐมักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งสำคัญในมาตรการทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกำแพงภาษี มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือการจำกัดการเข้าถึงตลาดในบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อสินค้าจีนขยายอิทธิพลในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายจึงต้องจับตาความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจยืดเยื้อ
ผลกระทบต่อหุ้นอุตสาหกรรมและตลาดทุน
ในมุมของตลาดทุน ประเด็นนี้อาจกระทบต่อการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก หากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับชาติตะวันตกเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนอาจหันไปให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกันพอร์ตการลงทุนอาจต้องระวังความผันผวนในหุ้นวัฏจักรและกลุ่มซัพพลายเชนที่พึ่งพาการผลิตหรือการส่งออกกับจีนอย่างใกล้ชิด
ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม
ทิศทางมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และ EU
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม EV และอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อการแข่งขันด้านราคา
การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น
แนวโน้มกำไรของหุ้นอุตสาหกรรมและหุ้นซัพพลายเชนที่เชื่อมโยงกับจีน
โดยสรุป รายงาน OECD ชี้ให้เห็นว่าเงินอุดหนุนจากภาครัฐไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันระดับโลก และเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้งทางการค้ารอบใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกควรติดตามอย่างใกล้ชิด