DBS Group Holdings ธนาคารขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ ประกาศแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริหารความมั่งคั่งครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจะเปิดศูนย์ใหม่ 18 แห่ง ทั่วเอเชียภายในสิ้นปี 2027 พร้อมอัปเกรดอีก 36 แห่ง ใน 6 ตลาดสำคัญ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่มองหาคำแนะนำด้านการลงทุนและการวางแผนทรัพย์สินที่ซับซ้อนมากขึ้น
การขยายตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งในเอเชียไม่ได้ต้องการเพียงบริการฝากเงินหรือการบริหารสภาพคล่องแบบพื้นฐานอีกต่อไป แต่ต้องการโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งการจัดพอร์ตลงทุนข้ามประเทศ การลงทุนข้ามสินทรัพย์ การวางแผนประกันภัย และบริการส่งต่อทรัพย์สินระหว่างรุ่น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ช่วยยกระดับบทบาทของธนาคารเอกชนให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแบบครบวงจร
DBS ระบุว่าศูนย์บริหารความมั่งคั่งใหม่จะเน้นบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม high-net-worth และ affluent segment มากขึ้น โดยเฉพาะคำแนะนำพอร์ตลงทุนที่ปรับตามเป้าหมายของแต่ละบุคคล รวมถึงโซลูชันการลงทุนและประกันภัยที่ออกแบบให้เหมาะกับแผนการเงินระยะยาว นอกจากนี้ยังมีบริการข้ามพรมแดน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนเอเชียที่มีสินทรัพย์อยู่หลายประเทศและต้องการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และกฎระเบียบที่แตกต่างกัน
ธนาคารยังเปิดเผยว่า assets under management ของธุรกิจ wealth อยู่ที่ 492,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในไตรมาส 1 ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมาย 500,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และสามารถทำได้ก่อนกำหนดมากกว่าหนึ่งปี สะท้อนแรงส่งของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยหนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ 40% ของลูกค้า private banking ใหม่มาจากลูกค้าเดิมที่ขยับขึ้นมาสู่ระดับความมั่งคั่งที่สูงกว่า
ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า DBS สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมได้ดี ขณะเดียวกันก็สร้างเส้นทางเติบโตจากลูกค้าที่เริ่มมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นและต้องการบริการที่ซับซ้อนกว่าเดิม การลงทุนในเครือข่ายศูนย์บริหารความมั่งคั่งจึงเป็นทั้งการขยายโอกาสรายได้และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
ดีมานด์บริหารความมั่งคั่งในเอเชียยังเติบโต
DBS อ้างอิงรายงานของ McKinsey & Co. ที่ประเมินว่า wealth pool ของครัวเรือนที่มีสินทรัพย์ลงทุนระหว่าง 100,000 ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเพิ่มขึ้นแตะ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ ในปีนี้ สะท้อนว่ากลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงมั่งคั่งในเอเชียยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และเป็นฐานลูกค้าสำคัญสำหรับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารในภูมิภาค
เมื่อพิจารณาร่วมกับการฟื้นตัวของตลาดทุนและการกระจายการลงทุนของครอบครัวที่มีฐานะสูง ความต้องการที่ปรึกษาเฉพาะทางจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย DBS จึงเร่งวางเครือข่ายศูนย์บริการใหม่เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการคำแนะนำที่แม่นยำ ครอบคลุม และตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระหว่างประเทศ
ผลต่อภาพรวมธุรกิจและการแข่งขันในภูมิภาค
การเดินหน้าขยายศูนย์บริหารความมั่งคั่งของ DBS ยังสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดการเงินเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารเอกชนที่ต้องแย่งชิงลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูงและมีความต้องการบริการแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ธนาคารที่สามารถผสานเทคโนโลยี คำปรึกษา และเครือข่ายข้ามประเทศได้ดี จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในระยะยาว
สำหรับ DBS แผนลงทุนครั้งนี้อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ wealth management ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์รายได้สำคัญของธนาคาร และยังช่วยตอกย้ำสถานะของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการเงินและการบริหารความมั่งคั่งของเอเชียต่อไป