AWC อัดงบลงทุนปีนี้ 8 พันลบ. หนุนพอร์ตทรัพย์สินพุ่งแตะ 2.3 แสนลบ.- แย้มผลงาน Q2/69 เข้าสู่ช่วงโลซีซั่นธุรกิจโรงแรม

รูป AWC อัดงบลงทุนปีนี้ 8 พันลบ. หนุนพอร์ตทรัพย์สินพุ่งแตะ 2.3 แสนลบ.- แย้มผลงาน Q2/69 เข้าสู่ช่วงโลซีซั่นธุรกิจโรงแรม

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 69 16:56 น.

AWC อัดงบลงทุนปีนี้ 8 พันลบ. เดินหน้าขยายพอร์ตทรัพย์สิน หลังตั้งเป้าแตะระดับ 2.3 แสนลบ.ภายในช่วงสิ้นปีนี้ แย้มผลงาน Q2/69 เข้าสู่ช่วงโลซีซั่นธุรกิจโรงแรม พร้อมชะลอแผนลงทุนบางโครงการ รับมือสถานการณ์ความผันผวนในปัจจุบัน

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยภายในงานแถลง "ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวโลก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

แนวโน้มธุรกิจปี 69

คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีทิศทางสอดคล้องกับฤดูกาลที่เป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจโรงแรม รวมถึงอาจจะมีผลกระทบจากการเปิดดำเนินการโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ที่จะส่งผลให้มีค่าเสื่อมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาพรวมในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมามีสัญญาณบวกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่เติบโตสูงถึง 36% เนื่องจากคนไทยเลือกท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นในช่วงสงกรานต์ ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังคงเติบโตที่ 33% และตลาดสหรัฐฯก็มีทิศทางขยายตัวดีขึ้น

ด้านเงินลงทุนของ AWC ปีนี้บริษัทเตรียมไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท สำหรับใช้ในการลงทุนเพื่อเพิ่มพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันมีโครงการที่เตรียมลงทุนเพิ่มในปีนี้ ได้แก่ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในช่วงปลายปีนี้,อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล เฟส2,โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช, โครงการบลูโดมในพื้นที่เอเชียทีคที่จะติดตั้งเสร็จและเปิดให้บริการในปีนี้ รวมถึงโครงการเอเชียทีค เฟส 2 ที่จะเริ่มทยอยลงทุนภายในปีนี้

ตั้งเป้าพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพแตะระดับ 230,000 ล้านบาท ภายในช่วงสิ้นปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 218,741 ล้านบาท พร้อมวางเป้าพอร์ตทรัพย์สินสู่ระดับ 300,000 ล้านบาท ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 221,357 ล้านบาท

บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมของผลการดำเนินงานใรปี 69 จะยังเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน โดยปัจจัยหน๊นหลักยังคงมาจากภาพการท่องเที่ยวไทยที่ยังมีนักท่องเที่นวเข้ามามากขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงแรมย่งมีการเติบโตที่โดดเด่น และสามารถเชื่อมโยงไปกับธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องของ AWC เช่น ร้ารอาหาร และความบันเทิง อีกทั้งยังมีธุรกิจอาคารสำนักงานที่ยังคงมีผู้เช่าที่เช่าต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจของ AWC ยังมีความแข็งแกร่ง

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

AWC เน้นใช้กลยุทธ์ Dynamic Pricing เพื่อบริหารจัดการราคาให้เหมาะสมตามสถานการณ์ และมุ่งเน้นการเพิ่มยอดจองล่วงหน้า (Booking Pace) เพื่อสร้างรากฐานรายได้ที่มั่นคงตลอดทั้งปี ซึ่งปัจจุบันเห็นสัญญาณบวกจากการจองล่วงหน้า (Booking Pace) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่ขยับสูงขึ้น เนื่องจากมีกิจกรรมใหญ่ๆ ตลอดทั้งปี

ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น AWC ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ที่เหมาะสม ทั้งการบริหารสต็อกล่วงหน้าเพื่อป้องกันความผันผวนของราคาสินค้าที่อาจสูงขึ้น 5-12% โดยใช้ประโยชน์จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 2.5% ในการเก็บสต็อกสินค้าล่วงหน้า, การจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ปัจจุบันกำลังพัฒนาระบบจัดซื้อรวมศูนย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

นำ AI เข้ามาช่วยในด้านการจัดซื้อและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำ Synergy กับพันธมิตร และการยกระดับสินทรัพย์ (Asset Uplifting) จากทั้งหมด 58 โครงการ ซึ่งมี 27 โครงการที่ AWC เล็งเห็นโอกาสในการทำ Repositioning เพื่อปรับกลยุทธ์และดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

ชะลอแผนลงทุนบางโครงการ รับสถานการณ์ความผันผวนในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ความผันผวนของปัจจัยต่างๆในปัจจุบัน ทำให้การลงทุนต่างๆของบริษัทอาจจะต้องมีการปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องไปสถานการณ์ในแต่ละช่วง ทำให้อาจจะมีการไม่เร่งการลงทุนในบางโครงการ เช่น โครงการอาคารสูง 100 ชั้น ในเอเชียธีคที่ยังคงแผนไว้ แต่ยังไม่เร่งการลงทุน ประกอบกับบริษัทยังต้องมีการบริหารจัดการด้านต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้ต้นทุนในการลงทุนไม่สูงขึ้น ซึ่งบางโครงการจะต้องมีการเร่งล็อกต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้บริษัทสามารถลงทุนได้ตามแผนการลงทุนที่วางไว้

ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69

ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ดีมานด์คุณภาพสูงจากทั่วโลก

บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% (YoY) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% (YoY) โดยทั้งสามรายการทำระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ

AWC ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตระยะยาวอย่างมีวินัยทางการเงิน พร้อมกันนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% (YoY)

“ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้สะท้อนทิศทางของ AWC ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งเน้นการเติบโตระยะยาว ผ่านการผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม คอมเมอร์เชียล และไลฟ์สไตล์ เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์คุณภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน การเปิดตัวและพัฒนาโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมา ต่อยอดการเติบโตของ AWC ทั้งด้านรายได้ มูลค่าสินทรัพย์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก” นางวัลลภา กล่าว


Related Topics

Reported by

Pariwat Hinploy

Pariwat Hinploy

Senior Reporter, efinanceThai