HSBC เดินหน้าเชื่อมโอกาสธุรกิจการลงทุนไทย–จีน ตั้งสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

รูป HSBC เดินหน้าเชื่อมโอกาสธุรกิจการลงทุนไทย–จีน ตั้งสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 14:16 น.

HSBC ประกาศพันธกิจเชื่อมโอกาสธุรกิจและการลงทุนในระเบียงการค้าไทย–จีน ชูสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ China META Team เสริมกลยุทธ์ดึง FDI จากจีนเข้าประเทศ

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยถึง "ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าของระเบียงการค้าไทย และ Greater China (จีน - ฮ่องกง - ไต้หวัน) รวมทั้งโอกาสการเติบโตของ FDI และ การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียนประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ได้รับประโยชน์ด้านการค้าจากการคว้าโอกาสจากกระแสการเติบโตของ AI สัดส่วนการส่งออกของอาเซียนต่อการส่งออกทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 7.4% ในปี 2566 เป็น 9.4% ในปี 2568 ตั้งแต่ปี 2563 อาเซียนได้แซงสหภาพยุโรป (EU) ขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน มูลค่าการค้าทวิภาคีในปี 2568 อยู่ที่ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าระดับสูงสุดของปี 2567 ที่ 984 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ความไม่แน่นอนด้านการค้าจะยังมีอยู่ แต่กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงไหลเข้าสู่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยอาเซียนครองสัดส่วน 14.5% ของ FDI ทั่วโลก

จากบทวิจัยของ HSBC กับลูกค้าองค์กรกว่า 2,700 บริษัททั่วโลกพบว่า บริษัทในประเทศไทยมีความต้องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีมาเลเซียเป็นประเทศที่ต้องการขยายธุรกิจไปเป็นอันดับแรก ในขณะที่นักธุรกิจในมาเลเซียก็มองประเทศไทยเป็นประเทศอันดับหนึ่งในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเช่นกัน

สำหรับเศรษฐกิจจีดีพีไตรมาส 1 ปี 2569 สูงกว่าที่คาดการณ์ โดยขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน(yoy) ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภาคเอกชนและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ด้านภาคการส่งออกก็ดีกว่าคาดการณ์ โดยไทยได้ประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของการส่งออกยังคงกระจุกตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

โดยข้อมูลจาก BOI ชี้ให้เห็นว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมูลค่าโครงการที่ยื่นขอเกิน 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน(YoY) และ ขับเคลื่อนโดยเมกะโปรเจกต์ด้านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ ดาต้า เซ็นเตอร์ และ cloud services คิดเป็น 86% ของมูลค่าการลงทุนรวม สะท้อนการเติบโตที่เร่งตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล และความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งที่มาของ FDI ตามมูลค่าอันดับต้นๆ ได้แก่ สิงคโปร์ จีน และ ฮ่องกง โดยเม็ดเงินลงทุนที่เชื่อมโยงกับจีนอาจสูงกว่าที่รายงาน เนื่องจากมีการลงทุนผ่านนิติบุคคลในสิงคโปร์ และ การจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตนเองเป็น “ประตูยุทธศาสตร์” สำหรับบริษัทจีนที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยในปี 2566 และ 2567 จีนเป็นแหล่งที่มาของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รายใหญ่ที่สุดของไทย (ขณะที่สิงคโปร์เป็นแหล่งที่มารายใหญ่ที่สุดในปี 2568) อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนที่เชื่อมโยงกับจีนอาจสูงกว่าที่รายงาน เนื่องจากมีการลงทุนผ่านนิติบุคคลในสิงคโปร์ มูลค่า FDI สุทธิที่เกิดขึ้นจริงจากจีนรวมทั้งสิ้น 412,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 มูลค่า FDI จากประเทศจีนยังดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 3 เท่า จาก 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งในการให้บริการลูกค้าจีนของธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ได้มีทีมงานและเครือข่ายที่แข็งแกร่งในประเทศไทยและจีน ประกอบกับการเชื่อมต่อระดับโลก HSBC จึงอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนลูกค้าในด้านการบริหารจัดการเงินสด FX/RMB บริการการค้าระหว่างประเทศ และโซลูชันการเงินแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ

โดยได้ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งทั้งด้านเงินทุนและทีมงาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของระเบียงการค้าไทย – จีน ซึ่งมีทีม China Desk โดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนบริษัทจีนในการขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมความสามารถในการดำเนินงานในพื้นที่อย่างแข็งแกร่ง เพื่อทำงานเชื่อมต่ออย่างใกล้ชิดกับทีม HSBC China และ เพื่อให้บริการในประเทศไทยได้อย่างราบรื่น โดยได้รับการสนับสนุนจากความครอบคลุมด้านการดูแลลูกค้าและวงเงินสินเชื่อจาก HSBC China สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ดิจิทัล , อิเล็กทรอนิกส์ , และ automotive เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า(EV) , แบตเตอรี่ EV , ยางรถยนต์ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ onboard ลูกค้าจีนหลายร้อยราย และ ตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้าองค์กรจากจีนใหม่ 50 บริษัทต่อปี

โดยธนาคารมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญ พร้อมความเข้าใจเชิงลึกด้านกฎระเบียบของประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาแบบครบวงจรแก่ลูกค้าที่วางแผนขยายธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นธนาคารระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมจีน (Chinese Association) และ เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ BOI และ EEC และ ยังเป็นธนาคารระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียว ที่สนับสนุน EEC ในการจัด investment roadshow ที่ประเทศจีนในเดือนเมษายน 2026 โดยมีลูกค้าจีนเข้าร่วมมากกว่า 50 ราย

ล่าสุด ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดตัว “ไชน่า เมตา ทีม (China META Team)” ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย กับทีมเฉพาะกิจ 17 คน ที่รวมพนักงานที่สื่อสารภาษาจีนได้อย่างเชี่ยวชาญในทุก touch point ของการให้บริการ เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้าจีนที่มาลงทุนในเมืองไทยและมอบประสบการณ์ดูแลลูกค้าแบบครบวจรครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบตั้งแต่การดูแลลูกค้าไปจนถึงการให้คำแนะนำด้านกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

โดยลูกค้าจากประเทศจีนสามารถมั่นใจได้ว่าทุกประสบการณ์การใช้บริการจะได้รับคุณภาพและการบริการเช่นเดียวกับการใช้บริการจากธนาคารในประเทศจีน ด้วยการให้บริการจากพนักงานที่เชี่ยวชาญภาษาจีนและมีความเข้าใจลึกซึ้งถึงความต้องการของลูกค้าชาวจีน ซึ่งนอกจากประเทศไทยแล้ว HSBC ยังมีเดินหน้า “Project Silk” ที่เป็นโครงการที่ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศจีน ส่งทีมชาวจีนที่เชี่ยวชาญทั้งภาษาจีนและอังกฤษเพื่อไปให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจจากประเทศจีนที่ลงทุนกับธนาคารเอชเอสบีซีในแต่ละประเทศทั่วโลก สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาครเอชเอสบีซีในการสนับสนุนภาคเอกชนจีนในการขยายการลงทุนไปในกว่า 56 ประเทศทั่วโลกที่เอชเอสบีซีมีความความแข็งแกร่ง

วงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่าน (Sustainability and Transition Credit Facility) มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ทำธุรกิจด้านพลังงานสะอาดและคาร์บอนต่ำจากจีนแผ่นดินใหญ่ในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ ครอบคลุมถึงพลังงานสะอาด การใช้ไฟฟ้าในภาคขนส่ง (transport electrification) ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI โดยประเทศไทยเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญ เพราะมีเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจนเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน และ มีภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

"ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย มั่งมุ่นในการเชื่อมโยงลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจไทยเข้ากับโอกาสระดับโลก พร้อมทั้งสนับสนุนบริษัทข้ามชาติในการเข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นธนาคารระหว่างประเทศอันดับหนึ่งที่ลูกค้าองค์กรและสถาบันของไทยเชื่อมั่นระเบียงเศรษฐกิจไทย–จีนมีศักยภาพการเติบโตสูงด้านการค้าและการลงทุน ธนาคารเอชเอสบีซีมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าคว้าโอกาสเหล่านี้ เพื่อทำให้ประเทศจีนเป็นระเบียงเศรษฐกิจการค้าอันดับหนึ่งในเชิงมูลค่าการลงทุนที่เข้ามายังไทยของธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย"


Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai