ตลาดสินเชื่อจำนำทองในอินเดีย กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังรัฐบาลปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองและเงินจาก 6% เป็น 15% เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ส่งผลให้ราคาทองในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น และทำให้วงเงินกู้ที่อ้างอิงกับมูลค่าหลักประกันดูน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น
แรงหนุนจากนโยบายดังกล่าวช่วยเพิ่มความต้องการใช้ทองคำเป็นหลักประกันในระบบการเงินทางการ โดยเฉพาะในช่วงที่สินเชื่อไม่มีหลักประกันมีภาวะตึงตัว ผู้กู้จำนวนไม่น้อยจึงหันมาใช้ สินเชื่อจำนำทอง แทน เพราะเข้าถึงเงินได้รวดเร็วและมีโอกาสได้รับวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สินมากขึ้นเมื่อราคาทองในประเทศปรับขึ้น
คาดอุตสาหกรรมเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2027
บริษัทหลักทรัพย์ Choice Institutional Equities ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของธุรกิจจำนำทองสำหรับปีงบฯ สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 เป็น 30%-35% จากเดิม 20%-25% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มความต้องการสินเชื่อประเภทนี้ ขณะเดียวกัน Anand Rathi Global Finance ประเมินว่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของอุตสาหกรรมสินเชื่อทองอาจแตะ 18 ล้านล้านรูปี ภายในเดือนมีนาคม 2027 จากระดับมากกว่า 15 ล้านล้านรูปี ในเดือนมีนาคมปีนี้
การเติบโตดังกล่าวไม่ได้มาจากราคาทองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกสินเชื่อที่มีหลักประกันมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ทองคำจึงถูกนำมา monetise อย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว โดยเฉพาะในครัวเรือนที่ถือทองคำอยู่แล้วและต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน
ธนาคารและผู้ให้กู้รายใหญ่ได้ประโยชน์
ในเชิงกลุ่มธุรกิจ ผู้ให้กู้ทองรายใหญ่แบบ non-bank เช่น Muthoot Finance และ IIFL Finance ถูกมองว่าได้ประโยชน์จากแนวโน้มขยายตัวของตลาด ขณะที่ธนาคารที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุม โดยเฉพาะ Federal Bank และ Canara Bank ก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากฐานลูกค้าในอินเดียใต้ ซึ่งคิดเป็นราว 80% ของสินเชื่อที่มีทองเป็นหลักประกันในประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่าความได้เปรียบของผู้เล่นรายใหญ่คือเครือข่ายสาขา ความเชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าทอง และความสามารถในการปล่อยสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดนี้ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนเงินทุน มาตรฐานการอนุมัติ และคุณภาพของหลักประกันที่ผู้กู้นำมาใช้ค้ำ
ความเสี่ยงยังต้องจับตา
แม้แนวโน้มโดยรวมเป็นบวก แต่ตลาดสินเชื่อจำนำทองยังมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาทองโลกที่อาจปรับฐานแรง และ การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้า ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการสินเชื่อและมูลค่าหลักประกันได้โดยตรง นอกจากนี้ ธนาคารกลางอินเดียและหน่วยงานกำกับดูแลยังคงจับตาเรื่อง อัตราส่วน loan-to-value (LTV) อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ
บทเรียนจากอดีตยังทำให้ตลาดระมัดระวังมากขึ้น หลังเคยเกิดแรงขายหนักในหุ้นผู้ให้กู้ทองเมื่อราคาทองปรับลงแรงและมีมาตรการกำกับเพิ่มเติมในปี 2013 ดังนั้น แม้แนวโน้มระยะกลางจะเอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจ แต่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการยังต้องประเมินทั้งปัจจัยด้านราคา สภาพคล่อง และทิศทางการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ
- ภาษีนำเข้าทองและเงินเพิ่มเป็น 15%
- คาดธุรกิจสินเชื่อทองโต 30%-35% ในปีงบฯ สิ้นสุดมีนาคม 2027
- อุตสาหกรรมอาจมีสินทรัพย์แตะ 18 ล้านล้านรูปี
- ผู้เล่นเด่น ได้แก่ Muthoot Finance, IIFL Finance, Federal Bank และ Canara Bank