จีนคุมเข้มส่งออกทังสเตน กดต้นทุนญี่ปุ่น-หนุนรีไซเคิล

รูป จีนคุมเข้มส่งออกทังสเตน กดต้นทุนญี่ปุ่น-หนุนรีไซเคิล

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 18:11 น.

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลหะสำคัญ หลังการนำเข้าทังสเตนจากจีนในเดือนเมษายนลดลง 50% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2025 และลดลง 63% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2024 การลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจีนเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกในช่วงต้นปี และสะท้อนว่าการพึ่งพาวัตถุดิบจากจีนของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นกำลังถูกบีบให้เร่งปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลการค้าเดือนเมษายนโดย Nikkei ร่วมกับข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและศุลกากรจีน โดยทังสเตนถือเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมเครื่องมือตัดเฉือน หรือ carbide tools ซึ่งใช้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และอากาศยาน รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิป และงานยุทธภัณฑ์ เช่น กระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธ ทำให้การเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน

ผู้ผลิตญี่ปุ่นเร่งปรับราคาและทบทวนกำไร

จีนยังคงครองสัดส่วนราว 80% ของตลาดทังสเตนโลก ขณะที่บริษัทญี่ปุ่นเริ่มสะท้อนผลกระทบชัดเจนมากขึ้น Mitsubishi Materials ประกาศในเดือนเมษายนว่าจะขึ้นราคาสินค้าบางส่วนที่เกี่ยวกับทังสเตนมากกว่าสามเท่า โดยเริ่มกับคำสั่งซื้อที่รับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ด้าน Sumitomo Electric Industries ระบุว่าการจัดซื้อจากจีนชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ NS Tool ยังไม่สามารถให้มุมมองกำไรทั้งปีงบประมาณ ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 ได้ เพราะประเมินต้นทุนได้ยากจากราคาทังสเตนที่บริษัทระบุว่าปรับขึ้นราว 7 เท่า ภายในหนึ่งปี

สถานการณ์นี้สะท้อนว่าบริษัทผู้ใช้โลหะสำคัญในญี่ปุ่นไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาปริมาณสินค้าไม่พอ แต่ยังรวมถึงความผันผวนด้านราคาและความไม่แน่นอนของต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งต่อไปยังคำสั่งซื้อของลูกค้าและอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป

อุปทานตึงตัวหนุนการนำเข้าสครัปและธุรกิจรีไซเคิล

เมื่อซัพพลายจากจีนลดลง ญี่ปุ่นจึงเร่งนำเข้าทังสเตน scrap จากสหรัฐฯ ยุโรป และสิงคโปร์มากขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานโลกกำลัง re-route ออกจากจีนไปยังแหล่งใหม่ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิตในอุตสาหกรรมปลายน้ำ ส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจรีไซเคิลโลหะและโลจิสติกส์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและแปรรูปวัตถุดิบทดแทน

  • ผู้ได้ประโยชน์ระยะสั้น: ธุรกิจรีไซเคิลโลหะและผู้ให้บริการโลจิสติกส์เฉพาะทาง
  • ผู้รับผลกระทบ: ผู้ผลิตเครื่องมือตัดเฉือน ชิ้นส่วนรถยนต์ อากาศยาน และอิเล็กทรอนิกส์
  • ความเสี่ยงหลัก: ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและความผันผวนของซัพพลาย

ผลกระทบต่อหุ้นอุตสาหกรรมในไทย

สำหรับตลาดไทย ข่าวนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาชิ้นส่วนและเครื่องมือจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ อากาศยาน เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์ หากต้นทุนทังสเตนและ carbide tools ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ผลิตปลายน้ำอาจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนคล้ายกับบริษัทญี่ปุ่น และอาจต้องทยอยส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาในอนาคต

ในเชิงกลยุทธ์ ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าการกระจายแหล่งนำเข้า การทำสัญญาระยะยาว และการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลจะมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมที่ต้องการความมั่นคงของซัพพลาย โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจยังคงส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง


Related Topics