หุ้นตลาดเกิดใหม่ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิปเอเชีย

รูป หุ้นตลาดเกิดใหม่ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิปเอเชีย

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 69 8:13: น.


หุ้นตลาดเกิดใหม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังได้รับแรงซื้ออย่างหนักในกลุ่มผู้ผลิตชิปเอเชีย โดยดัชนี MSCI Emerging Market ปรับขึ้นมากกว่า 15% นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และทะลุระดับสูงสุดเดิมที่ทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่หุ้น TSMC, Samsung Electronics และ SK Hynix กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการปรับขึ้นครั้งนี้


MSCI EM พุ่งเหนือจุดสูงสุดเดิม

ตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากแรงกดดันในช่วงต้นของสงครามอิรัก โดยดัชนี MSCI Emerging Market ซึ่งสะท้อนบริษัทขนาดใหญ่ใน 24 ประเทศกำลังพัฒนา ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทะลุระดับสูงสุดเดิมได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่ากระแสลงทุนในช่วงนี้มุ่งไปที่หุ้นไม่กี่กลุ่มที่มีน้ำหนักสูง โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์


ผลตอบแทนของ MSCI EM ในช่วงเวลาดังกล่าวยังสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 10% ของดัชนี S&P 500 ซึ่งตอกย้ำว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดสหรัฐ แต่กระจายไปสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีหุ้นเทคโนโลยีเด่นในเอเชียเป็นตัวนำ


แรงหนุนจากผู้ผลิตชิปเอเชีย

เกือบครึ่งหนึ่งของการฟื้นตัวของ MSCI EM ในเดือนนี้มาจากผู้ผลิตชิป 3 รายที่มีบทบาทสำคัญในตลาด AI ได้แก่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC), Samsung Electronics และ SK Hynix โดยทั้งสามบริษัทมีน้ำหนักรวมเกือบ หนึ่งในสี่ ของดัชนี


หุ้นของ Samsung และ SK Hynix ปรับขึ้น 35% และ 60% ตามลำดับในเดือนเมษายน ส่วนตลาดหุ้นไต้หวันมีแนวโน้มทำผลงานดีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ด้วยการปรับขึ้นราว 25% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้แตะระดับสูงสุดใหม่ระหว่างวัน


นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นของหุ้นตลาดเกิดใหม่ในรอบนี้สะท้อนทั้งกระแส AI และความคาดหวังต่อการเติบโตของรายได้ในอุตสาหกรรมชิป มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวแบบกระจายตัวในทุกประเทศหรือทุกอุตสาหกรรม


ค่าเงินดอลลาร์อ่อนช่วยหนุนรายได้ผู้ส่งออก

นอกจากแรงซื้อในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์แล้ว ดัชนี MSCI EM ยังได้แรงหนุนจาก ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ของผู้ส่งออกในตลาดเกิดใหม่ และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสหรัฐ


บริษัทในตลาดเกิดใหม่ยังได้รับประโยชน์จาก มูลค่าหุ้นที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐ ทำให้ผลกำไรดูดีขึ้นในสายตานักลงทุนที่มองหาหุ้นเติบโตในราคาที่ไม่สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม แรงหนุนดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมทั้งตลาด เพราะการฟื้นตัวครั้งนี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่มเป็นหลัก


ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันยังเผชิญแรงกดดัน

แม้ภาพรวมของหุ้นตลาดเกิดใหม่จะสดใส แต่หลายประเทศที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันยังคงเผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามอิรัก โดยตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ลดลงมากกว่า 16% นับตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่อินเดียลดลง 9% และตลาดหลักของแอฟริกาใต้ลดลง 13% นับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง

ความแตกต่างของทิศทางตลาดในแต่ละประเทศทำให้นักลงทุนต้องแยกพิจารณาเป็นรายภูมิภาคมากขึ้น เพราะหุ้นตลาดเกิดใหม่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด และความเสี่ยงด้านพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน


มุมมองจากตลาดและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ

การทะยานขึ้นของ MSCI EM สะท้อนว่ากระแสลงทุนในช่วงนี้กำลังให้น้ำหนักกับหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI และ เซมิคอนดักเตอร์ มากเป็นพิเศษ ขณะที่ตลาดผู้นำเข้าน้ำมันและหุ้นในประเทศที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

ควรติดตามต่อ ว่าการปรับขึ้นของ MSCI EM จะยังคงกระจุกตัวในหุ้นชิปเอเชียต่อไปหรือไม่ รวมถึงทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ซึ่งมีผลโดยตรงต่อรายได้ผู้ส่งออกในตลาดเกิดใหม่ และผลกระทบต่อประเทศที่ยังได้รับแรงกดดันจากสงครามอิรัก


ที่มา Financial Times



Related Topics