รวมคาดการณ์กำไร Q1/69 - ราคาเป้าหมาย 3 หุ้นในเครือ ปูนซิเมนต์ไทย

รูป รวมคาดการณ์กำไร Q1/69  -  ราคาเป้าหมาย  3 หุ้นในเครือ  ปูนซิเมนต์ไทย

efinAI


เปิดคาดการณ์กำไร Q1/69 ของ 3 หุ้นกลุ่มปูนใหญ่ หรือเครือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย จากนักวิเคราะห์ชั้นนำ พบ SCC แนวโน้มผลงานโดดเด่นสุด หลังรับรู้กำไรสต๊อก ส่วน SCGP กำไรฟื้น หลังค่าใช้จ่ายลด - ผลขาดทุนของ Fajar ลดลง ด้าน SCGD กำไรอ่อนตัว หลังตลาดกระเบื้องของไทยยังอ่อนแอ สะท้อนภาวะอสังหาที่ชะลอตัว

ผู้สื่อข่าวรวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์ คาดการณ์งบกลุ่ม "ปูน" ช่วงไตรมาส 1/69 ของทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC , บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP และ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD

SCC พลิกมีกำไร หลังรับรู้สต็อกเป็นหลัก

ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า SCC จะมีกำไรเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรสต๊อกจำนวนมาก และ การฟื้นตัวของธุรกิจปูนซีเมนต์ ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ (olefins spread) กำลังฟื้นตัว จากการหยุดชะงักของอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือว่าพลิกจากขาดทุน 3,700 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 และ ไตรมาส 1/68 ที่มีกำไร 1,099 ล้านบาท

โดยเมื่อมองไปข้างหน้าเชื่อว่า ความไม่แน่นอนยังคงสูง ทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งคาดว่าโมเมนตัมของผลกำไรในไตรมาส 2/69 จะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังเป็นหลัก ในขณะที่ความชัดเจนว่า อัตรากำไรของธุรกิจเคมีภัณฑ์จะยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งไตรมาสหรือไม่นั้นยังมีจำกัด ในระดับการดำเนินงานหลักคาดว่า ผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยที่ ROC จะเริ่มปรากฏให้เห็น และ ส่วนธุรกิจ CBM กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความต้องการลดลงตามฤดูกาล สิ่งที่เป็นบวกอย่างชัดเจนเพียงอย่างเดียว คือ รายได้จากเงินปันผลตามฤดูกาล

ส่วนในระยะกลาง ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของวัตถุดิบคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าปัจจุบัน SCC จะมีสินค้าคงคลังวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตประมาณสองเดือนก็ตาม

ทั้งนี้ คาด SCC ประกาศงบฯ วันที่ 29 เม.ย. นี้

โบรก คาดกำไร %YoY คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
  Q1/69(ลบ.)     (บ.)
บล.ลิเบอเรเตอร์ 5,876 434% - 203
บล.ดาโอ 5,400 391% ซื้อ 250
บล.กรุุงศรี 5,038 358% ซื้อ 245
บล.เคจีไอ 5,000 355% ซื้อ 203
บล.เอเซียพลัส 4,956 351% Trading 220
บล.ทิสโก้ 4,700 327% ขาย 132
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 4,600 322% ซื้อ 262
บล.ฟินันเซีย 4,600 320% ซื้ื้อ 250

SCGP กำไรฟื้น หลังค่าใช้จ่าย - ผลขาดทุน Fajar ลดลง

ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า SCGP กำไรฟื้นตัวทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่คาดลดลง ตามการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น , ผลขาดทุนของ Fajar ที่ลดลง หลังผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ในอินโดนีเซียลดการแข่งขันด้านราคาลง และ ต้นทุนทางการเงินที่คาดลดลง หลังบริษัทปรับโครงสร้างหนี้ Fajar เมื่อ ก.ค. 25 ที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดกำไรอาจลดลงเล็กน้อย QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY โดยมองว่า ปริมาณขายลดลงต่อ QoQ เนื่องจากความต้องการชะลอตัวตามกำลังซื้อ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และ วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ แต่ก็ถูกชดเชยจากการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าที่ต้องการสต๊อกสินค้า ราคาขายเพิ่มขึ้นตามอำนาจต่อรองและการปรับขึ้นของต้นทุน ขณะที่คาดต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มากด้วยผลของ Lag time ของต้นทุนกระดาษ AOCC แม้ราคาพลังงานปรับขึ้น

นอกจากนี้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและความตึงเครียดในตะวันออกกลางมากขึ้น ทำให้ domestic demand ในหลายประเทศอาจชะลอลง และ ยอดขายรวมมีโอกาสอ่อนตัวเล็กน้อย QoQ อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกสำคัญ คือ การกลับมาเดินเครื่องได้เต็มขึ้นหลังพ้นช่วง shutdown ในธุรกิจกระดาษ และ การเข้าสู่ฤดูกาลของสินค้าอาหาร ผลไม้ ซึ่งหนุนความต้องการบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่ม food packaging

ประกอบกับ บริษัทเริ่มเห็นการเจรจาปรับราคาขายชัดขึ้นในไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะ polymer packaging ที่มีโครงสร้างแบบ index-linked และ สินค้าอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการเจรจาตามต้นทุนพลังงาน และ วัตถุดิบที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ คาด SCGP ประกาศงบฯ วันที่ 28 เม.ย. นี้

SCGD กำไรอ่อนตัว หลังตลาดกระเบื้องไทยอ่อนแอ

ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า SCGD กำไรลดลง เมื่อเทียบ YoY จากสถานการณ์ตลาดกระเบื้องของไทยยังอ่อนแอ สะท้อนภาวะอสังหาที่ชะลอตัว โดยปริมาณขายของ SCGD อ่อนแอมากกว่า ตามยอดส่งออกลดลงมาก ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับขึ้นตาม Product mix ที่ดีขึ้น ทางด้านสถานการณ์ตลาดเวียดนามอ่อนลงตามฤดูกาล

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/69 ยังคงอ่อนแอ แม้จัเริ่มปรับราคาขายราว 5% เพื่อชดเชยต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น 1-2 บ./ตร.ม. ทำให้มาร์จิ้นไม่ได้รับผลกระทบ และ ปริมาณขายช่วงกลางเดือนมี.ค.-กลาง เม.ย. เร่งตัวขึ้นตามการสต๊อกสินค้าของผู้รับเหมา แต่คาดชะลอลง หลังสงกรานต์ตามภาวะอสังหาอ่อนแอ ซึ่งเป็นลบมากกว่า ในขณะที่ตลาดเวียดนามเพิ่มขึ้น QoQ ตามฤดูกาล นอกจากนั้น SCGD อาจมีการปรับโครงสร้างธุรกิจตาม U.rate ที่ลดลง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษ



Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai