| บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท จากการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 สะท้อนความสามารถในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจเคมีชีวภาพมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Products) ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และการรักษาฐานะการเป็น “Debt-Free Company” อย่างมั่นคงภายใต้การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ มาจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งมีรายได้จากการขาย 2,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากปีก่อนหน้า และมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 ตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้ลูกค้าเร่งบริหารสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับการผลิตในระยะถัดไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) ในธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ อีทอกซีเลท (Fatty Alcohol Ethoxylate: FAEO) จำนวน 29 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าเพิ่มสูง และประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง “ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ GGC ในการดำเนินธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายกฤษฎากล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวมกว่า 1,647 ล้านบาท และคงสถานะ “Debt-Free Company” หรือบริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย สะท้อนวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ เดินหน้าบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งด้านต้นทุนวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และโลจิสติกส์ พร้อมปรับกลยุทธ์การขายโดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ “GGC Taking the Future” มุ่งต่อยอดธุรกิจเคมีชีวภาพและยกระดับห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ SPOPP CLIMA ร่วมกับเกษตรกรรายย่อยกว่า 1,000 ราย เพื่อยกระดับการปลูกปาล์มน้ำมันสู่แนวทางคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก GGC ยังคงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้กรอบ ESG อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้รับคะแนนสูงถึง 86 คะแนน จาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 ของกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ พร้อมติดอันดับ Top 5% ของโลกใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 อีกทั้งยังได้รับรางวัล Award for TPM Excellence 2025 จากสถาบัน JIPM ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงรางวัล CSR-DIW Continuous Award 2568 ของโรงงานสาขาระยอง และ ชลบุรี จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม สะท้อนการดำเนินงาน ตามมาตรฐานในระดับสากล ความรับผิดชอบต่อสังคม และการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน ควบคู่การเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว ตอกย้ำความเป็นผู้นำเคมีสีเขียวในระดับโลก
|