ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง กดดันต้นทุนผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

รูป ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง กดดันต้นทุนผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 69 14:26 น.


ราคาอะลูมิเนียมและพลาสติกในญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้น โดยราคาขายส่งอะลูมิเนียมแตะราว 720,000 เยน หรือประมาณ 4,585 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และอาจกระทบต่อราคาสินค้าในช่วงต้นปีหน้า หากสถานการณ์อุปทานยังไม่คลี่คลาย


ราคาอะลูมิเนียมและพลาสติกปรับขึ้นต่อเนื่อง

ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 เมษายน ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งอะลูมิเนียมและพลาสติก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนต้นน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์จำนวนมาก โดยราคาอะลูมิเนียมอัลลอยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 8% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่มิตซุย เคมิคอลส์ (Mitsui Chemicals) ได้ปรับขึ้นราคาโพลีเอทิลีนและโพลีโพรพิลีนประมาณ 80-90 เยนต่อลิตร หรือราว 30%


แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนว่าต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้าเคมีภัณฑ์ แต่ยังลุกลามไปยังห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในญี่ปุ่นและเอเชียด้วย


ต้นทุนผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กระทบอย่างไร

ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มีแนวโน้มแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบสำคัญในชิ้นส่วนหลายประเภท ความเสี่ยงด้านอุปทานยิ่งถูกจับตา เพราะภูมิภาคตะวันออกกลางมีสัดส่วนราว 10% ของการผลิตอะลูมิเนียมโลก หากการหยุดชะงักของซัพพลายลุกลาม อาจกระทบการผลิตในวงกว้าง


นักเศรษฐศาสตร์จาก Sumitomo Corp. ระบุว่า "ราคาวัสดุสูงส่งสัญญาณถึงความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันในการผลิตรถยนต์" ซึ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ต้นทุนสูงขึ้น แต่รวมถึงความต่อเนื่องของการผลิตด้วย


โตโยต้ามีโอกาสปรับราคาตามตลาด

ในฝั่งผู้ผลิตรถยนต์ บริษัทที่มีอำนาจต่อรองสูง เช่น โตโยต้า อาจพิจารณาปรับราคาชิ้นส่วนตามราคาตลาดที่ผันผวน เพื่อบริหารผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที และอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง ต้นปีหน้า หากแรงกดดันด้านราคายังไม่ลดลง


สำหรับผู้ซื้อรถยนต์และผู้ใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ การปรับขึ้นของราคาอะลูมิเนียมและพลาสติกอาจทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดที่การแข่งขันด้านราคายังเข้มข้น ผู้ผลิตจึงต้องติดตามทั้งต้นทุนวัตถุดิบและภาวะอุปทานอย่างใกล้ชิด


สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้

  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางว่าจะยืดเยื้อหรือคลี่คลาย และผลต่ออุปทานอะลูมิเนียม
  • การนำเข้าวัตถุดิบและการส่งผ่านต้นทุนชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังราคาสินค้า
  • การปรับราคาของผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะโตโยต้า
  • ความเคลื่อนไหวถัดไปของตลาดวัตถุดิบและผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์

มุมมองตลาดและการติดตามต่อเนื่อง

นักลงทุนและผู้ติดตามกลุ่มยานยนต์ควรจับตาความสัมพันธ์ระหว่างราคาอะลูมิเนียม ต้นทุนการผลิต และแนวโน้มการปรับราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อกำไรของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และผู้ผลิตรถยนต์ในระยะถัดไป การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และต้นปีหน้า



Related Topics