29 May 2026 13:35STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตปี 2569 ตุน Backlog รองรับรายได้ระยะยาวSTI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตปี 2569 ตุน Backlog รองรับรายได้ระยะยาวTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 13:35 น. STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตปี 2569 ตุน Backlog รองรับรายได้ระยะยาว มุ่งเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตงาน–เพิ่มศักยภาพทำกำไรบมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ (STI) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ หลังทิศทางผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อม Backlog รองรับการทยอยรับรู้รายได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เดินเกมขยายพอร์ตงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและต่อยอดงานใหม่ มั่นใจทิศทางปี 2569 ครึ่งปีหลัง เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนนายไพรัช เล้าประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร พร้อมทีมผู้บริหาร ในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Earnings Call ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประจำไตรมาส 2 ปี 2568-2569 เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดศักยภาพธุรกิจในกลุ่ม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ “STI Safety Framework” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล และ “AI Transformation” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ รองรับการเติบโตและการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคตปัจจุบัน STI มีพอร์ตงานรวมทั้งสิ้น 183 โครงการ แบ่งเป็นงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) จำนวน 129 โครงการ และงานออกแบบและอื่นๆ จำนวน 54 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานในหลายโครงการสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โครงการ One Bangkok โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการดำเนินงานและศักยภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับโอกาสจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว หนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมูลค่า 3,623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตระยะยาวในอนาคต“ปี 2569 STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพองค์กร เสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตที่มั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายไพรัช กล่าวสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568-2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.4% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 343.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้านรายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 670.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% และมีกำไรอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท โต 87.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้ในมือ ประกอบกับโอกาสในการขยายฐานงานใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต efinAIRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 13:35 น. STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตปี 2569 ตุน Backlog รองรับรายได้ระยะยาว มุ่งเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตงาน–เพิ่มศักยภาพทำกำไรบมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ (STI) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ หลังทิศทางผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อม Backlog รองรับการทยอยรับรู้รายได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เดินเกมขยายพอร์ตงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและต่อยอดงานใหม่ มั่นใจทิศทางปี 2569 ครึ่งปีหลัง เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนนายไพรัช เล้าประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร พร้อมทีมผู้บริหาร ในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Earnings Call ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประจำไตรมาส 2 ปี 2568-2569 เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดศักยภาพธุรกิจในกลุ่ม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ “STI Safety Framework” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล และ “AI Transformation” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ รองรับการเติบโตและการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคตปัจจุบัน STI มีพอร์ตงานรวมทั้งสิ้น 183 โครงการ แบ่งเป็นงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) จำนวน 129 โครงการ และงานออกแบบและอื่นๆ จำนวน 54 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานในหลายโครงการสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โครงการ One Bangkok โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการดำเนินงานและศักยภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับโอกาสจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว หนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมูลค่า 3,623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตระยะยาวในอนาคต“ปี 2569 STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพองค์กร เสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตที่มั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายไพรัช กล่าวสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568-2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.4% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 343.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้านรายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 670.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% และมีกำไรอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท โต 87.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้ในมือ ประกอบกับโอกาสในการขยายฐานงานใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต