| สื่อต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับสหรัฐฯ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า คณะผู้เจรจาของสหรัฐฯ จะเดินทางไปยังประเทศปากีสถาน เพื่อร่วมการเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 ในวันจันทร์ (20 เม.ย.) รายงานดังกล่าวอ้างสำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่ชัดเจน โดยรายงานจาก IRNA ระบุว่า อิหร่านให้เหตุผลที่ไม่เข้าร่วมการเจรจาว่าเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องมากเกินไปในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และการเปลี่ยนท่าทีไปมาของสหรัฐฯ หลายครั้ง รวมถึงการปิดล้อมทางทะเลที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งอิหร่านถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง การตัดสินใจถอนตัวจากการเจรจาของอิหร่านยังเกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่าสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดเรือชื่อ TOUSKA ในอ่าวโอมาน โดยมีการแจ้งเตือนให้หยุดเรือ แต่เรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตาม กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงได้ยิงโจมตีและเข้ายึดเรือ โดยสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลสำหรับเรือที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สำนักข่าวของอิหร่านยังโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แนวโน้มที่จะเกิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ยังคงริบหรี่ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ตัวแทนของสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์, สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ กำลังเดินทางไปยังประเทศปากีสถานเพื่อร่วมการเจรจาสันติภาพกับคณะผู้เจรจาของอิหร่านในวันจันทร์ ขณะเดียวกัน พันธมิตรในยุโรปแสดงความกังวลว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ ที่ขาดประสบการณ์อาจเร่งผลักดันไปสู่การทำข้อตกลงกับอิหร่านอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อหวังผลในการสร้างข่าว โดยนักการทูตที่เคยมีประสบการณ์ในประสานงานกับรัฐบาลอิหร่านระบุว่า การทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้ปัญหาที่เป็นอยู่ฝั่งรากลึกขึ้น โดยไม่ได้รับการแก้ไข เจ้าหน้าที่การทูตของยุโรปแสดงความกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งกระหายที่จะประกาศชัยชนะทางการทูตให้ประธานาธิบดี ทรัมป์ อาจด่วนสรุปข้อตกลงอย่างฉาบฉวยในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งจะสร้างความยากลำบากในการเจรจารายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนตามมาอีกหลายเดือนหรือหลายปี หนึ่งในนักการทูตระดับสูงที่เคยทำงานด้านประเด็นนิวเคลียร์กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ว่าจะไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น แต่อยู่ที่จะได้ข้อตกลงเบื้องต้นที่แย่ ๆ แทน ซึ่งจะสร้างปัญหาตามมาไม่สิ้นสุด” ที่มา Reuters และ CNBC |