สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569

รูป สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 69 10:00 น.

ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตเพื่อตอบโต้กองทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงสั่นคลอน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ด้านองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เตือนว่า หากวิกฤตครั้งนี้ยืดเยื้อจนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน อาจฉุดเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ภาวะถดถอยและดับความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

สถานการณ์การปะทะและการตอบโต้ทางทหาร

  • การโจมตีทางอากาศในคูเวต: คูเวตเปิดเผยว่า ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยอาคารผู้โดยสารเทอร์มินอล 1 ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากเศษซากอาวุธที่ถูกสกัดกั้น ล่าสุดมีการประกาศกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินอีกครั้งในเทอร์มินอล 4 และ 5 แล้ว
  • การอ้างสิทธิ์ของอิหร่าน: อิหร่านระบุว่าการโจมตีคูเวตเป็นการตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ที่นั่น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเกาะและเรือของอิหร่านในช่วงคืนก่อนหน้า โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านเตือนว่า ยุคที่อิหร่านจะยอมถูกข่มขู่ฝ่ายเดียวได้จบลงแล้ว และการรุกรานใด ๆ จะต้องเจอกับการตอบโต้อย่างสาสม
  • ท่าทีของกองทัพสหรัฐฯ : กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) อ้างว่าการโจมตีที่มั่นทางทหารของอิหร่านเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเอง นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่าได้ทำการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ไปแล้ว 125 ลำ และทำให้เรืออีก 6 ลำหมดสภาพ เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือและเรือของอิหร่าน
  • สหรัฐฯ ประกาศชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์: มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีอย่างต่อเนื่องในอิหร่าน (Epic Fury) ได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายในการทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ฐานยิงขีปนาวุธ คลังโดรน รวมถึงทำลายกองทัพอากาศและกองทัพเรือตามแบบของอิหร่านจนหมดสิ้น

ความคืบหน้าและการเจรจาสันติภาพ

  • ประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ: มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การเจรจายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ เนื่องจากสหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขเด็ดขาดให้อิหร่านต้องส่งมอบคลังยูเรเนียมที่พร้อมนำไปพัฒนาเป็นอาวุธนิวเคลียร์ ต้องยุติกิจกรรมนิวเคลียร์ทั้งหมด และต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทางผู้นำระดับสูงของอิหร่านยังไม่ได้ลงนามอนุมัติ
  • สถานะการเจรจาในมุมมองของอิหร่าน: อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่ายังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการเจรจายุติสงคราม แม้ว่าช่องทางการสื่อสารกับสหรัฐฯ จะยังเปิดอยู่ก็ตาม พร้อมเตือนว่าหากอิสราเอลโจมตี กรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน จะส่งผลให้สงครามกลับมาปะทุเต็มรูปแบบทันที
  • บทบาทของผู้นำสูงสุดอิหร่าน: ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีส่วนร่วมในการอนุมัติข้อตกลงเจรจาสันติภาพครั้งนี้ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศก็ตาม โดยทรัมป์แสดงความหวังว่าจะได้พบกันในอนาคต

สถานการณ์ระหว่างอิสราเอล-เลบานอน

  • ข้อตกลงเขตความปลอดภัยใหม่: อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการรื้อฟื้นข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบาง และเตรียมจัดตั้งเขตนำร่องความปลอดภัยภายในประเทศเลบานอน ซึ่งจะห้ามไม่ให้กลุ่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจะให้กองทัพเลบานอนเข้ามาควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำลิทานีแทน
  • ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และเนทันยาฮู: เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาลดทอนกระแสข่าวที่ทรัมป์ด่าทอเขาอย่างรุนแรงผ่านโทรศัพท์ โดยระบุว่าเป็นเพียง "ความเห็นต่างทางยุทธวิธี" ที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป พร้อมแสดงท่าทีสนับสนุนให้ทรัมป์ใช้มาตรการทางการทูตเพื่อแก้ปัญหานิวเคลียร์ในอิหร่าน แต่เนทันยาฮูยังคงยืนยันเป้าหมายร่วมกับทรัมป์ในการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เพื่อความปลอดภัยของอิสราเอล

การเมืองภายในประเทศของสหรัฐฯ

  • สภาผู้แทนราษฎรสกัดอำนาจทรัมป์: สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมากอย่างเฉียดฉิว 215 ต่อ 208 เสียง ผ่านมติจำกัดอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติสงครามกับอิหร่าน หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส นับเป็นครั้งแรกที่สภาล่างลุกขึ้นมาคัดค้านทำเนียบขาวในความขัดแย้งครั้งนี้ หลังจากได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 ราย
  • นิยามการหยุดยิงของทรัมป์: ทรัมป์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่เกี่ยวกับสถานะของการหยุดยิง โดยให้คำนิยามแบบเฉพาะตัวว่า สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น "การหยุดยิงหมายถึงการยิงกันในลักษณะที่เพลาๆ ลงมาหน่อย" พร้อมยอมรับว่าสหรัฐฯ เองก็เพิ่งโจมตีอิหร่านอย่างหนักไปเมื่อคืนก่อนหน้า
  • ความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ทรัมป์กำลังร่วมมือกับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อหาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาทำการค้าได้อีกครั้ง โดยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตร ทั้งกลุ่มประเทศอาหรับ และนาโต (NATO) เข้ามามีส่วนร่วม เพราะเป็นผลประโยชน์ของคนทั้งโลก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

  • คำเตือนจาก OECD: องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ออกรายงานเตือนว่า หากสงครามทำให้การหยุดชะงักของพลังงานในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยแบ่งเป็น 2 สถานการณ์ดังนี้:
    • กรณีชะงักงันยืดเยื้อ: การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.4% ในปีที่แล้ว เหลือเพียง 2.1% ในปีนี้ และลดลงเหลือ 1.8% ในปี 2027 ซึ่งอาจทำให้บางประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อพุ่งสูง และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซีย
    • กรณีชะงักงันชั่วคราว: หากการขนส่งพลังงานกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ภายในกลางปีนี้ เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเหลือ 2.8% ในปีนี้ และจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 3.1% ได้ในปี 2027

ที่มา CBS News


ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai