| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 เมษายน 2569 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.เมย์แบงก์ | ซื้อ | 21.60 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 18.80 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | 18.60 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 18.40 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 18.00 | | บล.กรุงศรี | Neutral | 17.00 | | บล.หยวนต้า | TRADING | 16.00 | | บล.เอเซีย พลัส | Sell | 15.00 | | บล.เคจีไอ | ขาย | 14.50 | สรุปปัจจัยบวก+ ยอดจอง (Presales) ใน 1Q69 เติบโตได้ดี โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และโครงการในออสเตรเลีย (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า, บล.เคจีไอ) + คาดการณ์ผลงานจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง (2H69) จากการเริ่มโอนคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์) + ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่น่าสนใจ (บล.เมย์แบงก์, บล.หยวนต้า, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + ต้นทุนการเงินลดลงจากการชำระคืนหุ้นกู้ชุดเดิมที่มีดอกเบี้ยสูง (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) + โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการในครึ่งปีหลัง มีโครงสร้างต้นทุนเก่าที่ต่ำกว่าปัจจุบัน ช่วยป้องกันอัตรากำไรขั้นต้นได้ (บล.ทิสโก้) + ความสามารถในการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังทำได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม (บล.ฟิลลิป) สรุปปัจจัยลบ- แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q69 คาดว่าจะอ่อนตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทรงตัวหรือลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อที่ไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นเพื่อระบายสต็อกโครงการแนวราบ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) - ต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น 3-6% ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบต่อมาร์จิ้นในช่วงปลายปี (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ) - กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มกลาง-ล่างยังชะลอตัว และเผชิญกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) จากธนาคารที่อยู่ในระดับสูง (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.เคจีไอ) - การบันทึกภาษีนิติบุคคลในออสเตรเลียรูปแบบใหม่ (รายไตรมาส) และดอกเบี้ยจ่ายที่เริ่มรับรู้ในโครงการร่วมทุน อาจกดดันกำไรในช่วงแรก (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้) - แรงกดดันจากการขายหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) จำนวน 66.6 ล้านหุ้น อาจกระทบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
|