อดีตผจก.กองทุน Baillie Gifford ชี้ AI หนุนตลาดชิปบูม-ขาลงกลุ่มซอฟต์แวร์

รูป อดีตผจก.กองทุน Baillie Gifford ชี้ AI หนุนตลาดชิปบูม-ขาลงกลุ่มซอฟต์แวร์

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 14:59 น.

เจมส์ แอนเดอร์สัน อดีตผู้จัดการกองทุนของ Baillie Gifford ระบุว่า “ยุคการเติบโตเหนือชั้น” ของบริษัทซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตตลอด 20 ปีที่ผ่านมาอาจกำลังสิ้นสุดลง โดยแรงขับเคลื่อนใหม่ของตลาดเทคโนโลยีคือการลงทุนด้าน AI ขนาดมหาศาลที่กำลังกดดันกระแสเงินสดอิสระของบิ๊กเทค และส่งผลให้ผู้ผลิตชิปกับอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักมากกว่าเดิม

มุมมองดังกล่าวสะท้อนการหมุนของเงินลงทุนจากฝั่งซอฟต์แวร์ไปสู่ฝั่งฮาร์ดแวร์อย่างชัดเจน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Google, Meta, Amazon และ Microsoft เร่งลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่อง ส่งผลให้ capex หรือรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ free cash flow มีแนวโน้มลดลง ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตในรอบนี้มีต้นทุนสูงกว่าคลื่นเทคโนโลยีก่อนหน้า

เม็ดเงิน AI หนุนผู้ผลิตชิปและคอขวดของอุตสาหกรรม

Anderson มองว่าผลประโยชน์จากการลงทุน AI มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์จะไหลไปยังผู้เล่นที่เป็น “คอขวด” ของอุตสาหกรรมมากกว่าแพลตฟอร์มที่เคยเป็นผู้ชนะหลักในอดีต โดยชื่อที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ Nvidia, Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) และ ASML ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตชิปขั้นสูงและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการขยายกำลังประมวลผล AI

นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ประเมินว่ากลุ่ม hyperscalers ของ Big Tech จะใช้เงินราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2024-2027 เพื่อขยายกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับฝึกและส่งมอบระบบ AI ขนาดใหญ่ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงลงทุนที่ยังไม่ชะลอ และตอกย้ำว่าความต้องการชิป หน่วยความจำ และระบบระบายความร้อนยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง

ตลาดชิปตอบรับแรงซื้อ แต่ความเสี่ยงอุปทานล้นยังต้องระวัง

ด้านความเคลื่อนไหวของตลาด ดัชนี PHLX Semiconductor Sector Index (SOX) ปรับขึ้น 18% ในช่วง 1 เดือนล่าสุด และเพิ่มขึ้น 57% นับตั้งแต่ต้นปี ตามข้อมูลในข่าว สะท้อนแรงเก็งกำไรและมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI ที่ยังร้อนแรง อย่างไรก็ดี Anderson เตือนว่า การขาดแคลนชิป AI อาจยืดเยื้อกว่าที่นักลงทุนคุ้นเคย แต่เมื่อกำลังการผลิตของ TSMC เพิ่มขึ้น ความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัวอาจกลับกลายเป็นภาวะล้นตลาดได้ หากการแข่งขันด้าน AI ชะลอตัวลงในอนาคต

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะได้ประโยชน์จาก AI ในระยะสั้น แต่คือโครงสร้างของกำไรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจเปลี่ยนไป จากยุคที่ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มครองเกม สู่ยุคที่ผู้ผลิตชิป โรงงานผลิต และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเป็นผู้รับอานิสงส์หลัก นักลงทุนจึงควรติดตามทั้ง capex ของบิ๊กเทค ระดับอุปสงค์ชิป AI และความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตของซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด

  • ประเด็นหลัก: เม็ดเงิน AI ไหลไปสู่ชิปและฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์
  • ผู้ได้ประโยชน์: Nvidia, TSMC และ ASML
  • ความเสี่ยง: อุปทานชิปอาจกลับมาล้นตลาดหากการลงทุน AI ชะลอ

Related Topics