บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : AH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.80 บาท

รูป บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : AH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.80 บาท

efinAI


คาดกำไรปี 69 ฟื้นตัวแม้เผชิญปัจจัยลบจากตะวันออกกลางและตลาด EVคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 14.80 บาท
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ AH จากปัจจัย 1) คาดกำไรหลักต่อหุ้นเติบโต 13% ในปี 69 2) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 69-71 อยู่ที่ 7–9% และ 3) มูลค่าหุ้นถูก โดยมี PER ปี 69 เพียง 5.2 เท่า (ใกล้ระดับ -0.5SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี) อย่างไรก็ตาม เราปรับลดราคาเป้าหมายด้วยวิธี DDM ลงเหลือ 14.80 บาท จาก 15.40 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรปี 69/70 ลง 7%/4% ทั้งนี้ AH ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มยานยนต์ จาก 1) การเติบโตของกำไรหลักปี 69 สูงที่สุดในกลุ่ม 2) มีฐานลูกค้า EV จากจีนที่มั่นคง และ 3) ได้รับผลกระทบจำกัดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นคือการเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ที่แข็งแกร่ง จากการฟื้นตัวของ GPM และดีลใหม่มูลค่า 500 ล้านบาทต่อปี


คาดกำไรหลักต่อหุ้นปี 69 โต 13% จากการฟื้นตัวของ GPMเราปรับลดประมาณการกำไรปี 69/70 ลง 7%/4% เพื่อสะท้อนรายได้อื่นและยอดขายที่ลดลงจากการส่งมอบสินค้าล่าช้าไปยังตะวันออกกลาง แม้คาดว่ายอดขายปี 69 จะลดลง 1% แต่เรายังคงคาดว่ากาไรหลักต่อหุ้นจะเติบโต 13% แรงหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของ GPM เป็น 8.8% (จาก 8.5% ในปี 68) จากการขาดทุนที่ลดลงของโรงงานในโปรตุเกส ซึ่งความสามารถในการทำกำไรของโรงงานนี้จะดีขึ้นจากปัญหาไฟฟ้าดับที่ลดลง และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น (คาดยอดขายโรงงานโปรตุเกสโต 3% YoY)


ขัดแย้งตะวันออกกลางและการแข่งขันในตลาด EV กระทบน้อยสุดในกลุ่มหุ้นที่เราวิเคราะห์ AH ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางน้อยที่สุดเนื่องจากโครงสร้างฐานลูกค้า โดยเราประเมินว่ามีรถไม่ถึง 20% จากยอดส่งออก 2 แสนคันจากไทยไปตะวันออกกลางในปี 68 ที่เป็นลูกค้าของ AH นอกจากนี้ รายได้ OEM ของ AH เพียงประมาณ 5% มาจากลูกค้า EV (เช่น BYD และ Changan) ทำให้ได้รับผลกระทบจำกัดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ EV จีนในไทย


โรงงานใหม่มีลุ้นสร้างยอดขายสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ต่อปีWe เรามองว่ามีอัพไซด์ 3–5% ต่อประมาณการกำไรหลักปี 71 จากโรงงานใหม่ของ AH ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับ Sodecia (ถือหุ้น 50:50) โรงงานนี้มีกำลังการผลิตรองรับยอดขายประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากการผลิตโครงแชสซีให้กับ Scout Motors (ภายใต้ Volkswagen Group) โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปี 71 และจะมีต้นทุนเพิ่มเติมในช่วงปี 69-71 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


Yugi Takeshima
yugi.takeshima@maybank.com 
(66) 2658 5000 ext 1530



Editing by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม