S&P500 อาจเป็น หรือ เป็น World Equity Index ไปซะแล้ว

efinAI
วันก่อนครับ ผมได้ไปออกกำลังกายที่ Fitness เจ้าประจำ ย่านสาทร และ บังเอิญได้เจอมิตรสหายท่านหนึ่งในวงการการลงทุนซึ่งรู้จักกันมาเกือบ 10 ปี
สิ่งที่ได้คุยก็มีทั้งชีวิต หน้าที่การงาน และ หนีไม่พ้น “ความแข็งแกร่งของ S&P500” และ ประโยคหนึ่งที่ได้คุยกันและให้ผมมาครุ่นคิดต่อ คือ
“ตอนนี้ S&P500 อาจไม่ใช่ US Equity Index อีกต่อไปแล้ว แต่ อาจจะกลายเป็น หรือเป็น World Equity Index ไปเรียบร้อยแล้ว”
ผมเอาเรื่องนี้มาประมวลและคิดตลบไปตลบมา และ พอไตร่ตรองเสร็จก็อุทานออกมาว่า “อ้าว ก็จริงนิหว่า”
ประการแรก รายได้ของบริษัท S&P500 ประมาณ 30% เกิดขึ้นนอกสหรัฐฯ หรือ Non-US market แม้บริษัททั้งหมดใน S&P 500 จะจดทะเบียนและมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ แต่ โครงสร้างรายได้ของพวกเขากลับไม่ได้เกิดในสหรัฐฯ ข้อมูลล่าสุดจากหลายสำนักชี้ตรงกันว่า รายได้จากต่างประเทศของบริษัทใน S&P 500 อยู่ในช่วงประมาณ 28% ถึง 41% ของรายได้รวม
และ เรื่องดังกล่าวจึงนำมาสู่ ประการถัดมา ว่ารายได้ของ “Magnificent 7” หรือ “7 นางฟ้า” (น้ำหนัก 40% ของ S&P500) … รายได้เกินครึ่งมาจากนอกสหรัฐฯ หรือ Non-US market ตามรูปที่แนบผมได้แนบไว้จาก Visual Capitalist
ตัวเลขเหล่านี้มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะมันหมายความว่า “รายได้เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทใน S&P500 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ”
และ ประการสุดท้าย การเติบโต (Growth) ก็เกิดจาก Non-US market
ข้อมูลจาก FactSet ชี้ว่า บริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 50% มีอัตราการเติบโตของกำไรประมาณ 20.8% (เทียบกับ 14.4% สำหรับบริษัทที่พึ่งพาตลาดในประเทศ) … นั่นหมายความว่า Global exposure ไม่ได้เป็นการ hedging หรือ diversification แต่เป็น growth engine หรือ การขยายตลาดเพื่อเติบโตต่อ หรือ เข้าถึงตลาดที่เติบโตเร็วกว่า เช่น เอเชีย หรือ emerging markets
การเติบโตของ S&P 500 จึงไม่ได้สะท้อน GDP สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสะท้อน GDP ทั่วโลก
ทีนี่เราจึงเข้าใจแล้วว่าทำไม S&P500 จึงถูกกระทบหนัก หาก Donald Trump ออกมาตรการภาษีกับประเทศอื่นๆ หรือ ทำไม S&P500 จึงแข็งแกร่งมากยามดอลลาร์เสื่อมค่าหรืออ่อนค่า เพราะ รายได้ต่างประเทศเยอะ
และ ตอนนี้ S&P 500 อาจจะไม่ใช่ดัชนีที่สะท้อน “เศรษฐกิจอเมริกา” อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นดัชนีที่สะท้อน “อำนาจของบริษัทข้ามชาติที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก” … แค่บังเอิญจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯก็เท่านั้นเอง อิอิ

ที่มา: VISUAL CAPITALIST
*การแสดงความเห็นให้คำแนะนำดังกล่าว ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เป็นการกระทำในนามส่วนตัวของข้าพเจ้า เท่านั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย
)จำกัด มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆ ทั้งสิ้น
Related Topics
Reported by

Chutima Apichaisuksakul
Senior Reporter, efinanceThai






