18 บจ. ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนปีนี้ ส่วนใหญ่ต่ำเป้ารวมไม่ถึง 40% แต่ราคาพุ่งเฉลี่ย 11%

รูป 18 บจ. ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนปีนี้ ส่วนใหญ่ต่ำเป้ารวมไม่ถึง 40% แต่ราคาพุ่งเฉลี่ย 11%

efinAI


กางสถิติ บจ.ปิดโครงการซื้อหุ้นคืน 5 เดือนแรกปีนี้ พบมี 18 บริษัทใช้เงินซื้อคืนรวม 1.48 หมื่นล้านบาท จากเป้า 3.76 หมื่นล้านบาท มีเพียง 3 บจ.เท่านั้น ที่ควักเงินเกิน 1 พันล้านบาท เก็บหุ้นคืน ขณะที่มี 2 บริษัท เปิดโครงการแต่ไม่ช้อนคืนแม้แต่หุ้นเดียว ส่วนราคาหุ้นระหว่างโครงการ ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 11.49% สูงสุด 44.32%


“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่โครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) สิ้นสุดลงในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ พบ 18 บริษัท ปิดโครงการในช่วงดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ซื้อหุ้นคืนต่ำกว่าเป้าหมายที่ประกาศไว้อย่างมีนัยสำคัญด้วยเม็ดเงินรวม 14,821 ล้านบาท เทียบกับเป้าหมาย 37,678 ล้านบาท

18 บจ. จบโครงการซื้อหุ้นคืนปีนี้
ชื่อย่อหุ้นวงเงิน (ลบ.)
[ซื้อจริง (ลบ.)]
จำนวน (ลห.)
[ซื้อจริง (ลห.)]
ช่วงเวลา
TTB8,900 [6,283.31]4,384 [3,095]22 ม.ค. – 4 ก.พ.69
KBANK8,800 [3,479]47,386 [18,301]14 พ.ย.68 – 13 พ.ค.69
CPF8,000 [1,745.52]350 [83.68]2 ต.ค.68 – 7 เม.ย.69
CPN5,000 [ไม่ซื้อ]111 [ไม่ซื้อ]18 ส.ค.68 – 17 ก.พ.69
BTG2,000 [521.29]85 [28.74]29 ก.ย.68 – 27 มี.ค.69
STGT1,500 [816.78]220 [100.17]22 ก.ย.68 – 20 มี.ค.69
TTA1,000 [74.92]182.24 [16.77]18 ส.ค.68 – 13 ก.พ.69
KKP1,000 [999.96]16 [15.87]4 ก.ย.68 – 2 มี.ค.69
MAJOR600 [544.39]75.70 [75.67]17 พ.ย.68 – 15 พ.ค.69
TKS300 [86.24]30 [13.89]29 ส.ค.68 – 28 ก.พ.69
TRU200 [83.03]54 [21.33]20 ส.ค.68 – 19 ก.พ.69
KIAT100 [37.52]200 [110.70]18 ธ.ค.68 – 17 มี.ค.69
INSET78 [10.67]40 [6.24]13 ส.ค.68 – 12 ก.พ.69
HL65 [60.63]9 [8.90]15 ธ.ค.68 – 30 เม.ย.69
KOOL65 [27.91]235 [100]18 ส.ค.68 – 17 ก.พ.69
SFLEX45 [30.40]14.47 [10.01]8 ธ.ค.68 – 7 พ.ค.69
ALT20 [19.99]22 [18.23]1 ก.ย.68 – 28 ก.พ.69
TMI5 [ไม่ซื้อ]11 [ไม่ซื้อ]1 ส.ค.68 – 31 ม.ค.69
ที่มา : SETSMART ณ 18 พ.ค.69

18 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 15 บริษัท ขณะที่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ติดโผจำนวน 3 บริษัท กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ติดโผสูงสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ขนส่งและโลจิสติกส์, บริการ, สื่อและสิ่งพิมพ์ และอาหารและเครื่องดื่ม ติดโผจำนวน 2 บริษัท เท่ากัน

“TTB” ควักเงินซื้อหุ้นคืนมากสุด 6.2 พันลบ.

ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) เป็นบริษัทที่ในช่วงดังกล่าวใช้เงินซื้อหุ้นคืนมากที่สุด 6,283.31 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนทั้งหมด 3,095 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 8,900 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นไม่เกิน 4,384 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 22 ม.ค. – 4 ก.พ.2569


รองลงมา คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ใช้เงินซื้อหุ้นคืน 3,479 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ 18,301 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 8,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 47,386 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 14 พ.ย.2568 – 13 พ.ค.2569

อีก 4 บจ. ใช้เงินซื้อหุ้นคืนเกิน 500 ลบ.

มีอีก 4 บริษัท ที่ในช่วงดังกล่าวใช้เงินมากกว่า 500 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน ประกอบด้วย บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ใช้เงิน 1,745 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 83.68 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 8,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 350 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 2 ต.ค.2568 – 7 เม.ย.2569


ด้าน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ใช้เงิน 999.96 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 15.87 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 16 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 4 ก.ย.2568 – 2 มี.ค.2569


ขณะที่ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ใช้เงิน 816.78 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 100.17 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 1,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 220 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 22 ก.ย.2568 – 20 มี.ค.2569


ฟาก บมจ.เบทาโกร (BTG) ใช้เงิน 521.29 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 28.74 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 29 ก.ย.2568 – 27 มี.ค.2569


ต่อด้วย บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ใช้เงิน 544.39 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 75.67 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 600 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 75.70 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 17 พ.ย.2568 – 15 พ.ค.2569

นอกจาก KKP-MAJOR มีอีก 2 บจ. ซื้อเข้าเป้า

นอกจาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ยังมีอีก 2 บริษัท ที่ในช่วงดังกล่าว ซื้อหุ้นคืนได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย ประกอบด้วย บมจ.เฮลท์ลีด (HL) ใช้เงิน 60.63 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 8.90 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 65 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 9 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 15 ธ.ค.2568 – 30 เม.ย.2569


เช่นเดียวกับ บมจ.เอแอลที เทเลคอม (ALT) ที่ใช้เงิน 19.99 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 18.23 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 22 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 ก.ย.2568 – 28 ก.พ.2569

ช็อค ! มี 2 บจ. ไม่เก็บคืนแม้แต่หุ้นเดียว

อย่างไรก็ตาม มี 2 บริษัท ที่หลังจบโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทแล้ว ไม่มีการซื้อหุ้นคืนแม้แต่หุ้นเดียว นำโดย บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่วางงบลงทุนซื้อหุ้นคืน 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111 ล้านหุ้น ระยะเวลาโครงการ 18 ส.ค.2568 – 17 ก.พ.2569 แต่ไม่มีการซื้อหุ้นคืน


โดย CPN ชี้แจ้งว่า ก่อนประกาศโครงการดังกล่าว ราคาหุ้นของบริษัทในขณะนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน แต่เมื่อโครงการเริ่มขึ้นราคาหุ้น CPN กลับปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่บริษัทมองว่า สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแแล้ว จึงไม่มีการซื้อหุ้นคืนตามที่ประกาศโครงการ


สอดคล้องกับ บมจ.ธีระมงคล อุตสาหกรรม (TMI) ที่วางงบลงทุนซื้อหุ้นคืน 5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11 ล้านหุ้น ระยะเวลาโครงการ 1 ส.ค.2568 – 31 ม.ค.2569 แต่ไม่มีการซื้อหุ้นคืน เนื่องจากราคาหุ้น TMI ปรับตัวขึ้นหลังบริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนไปไม่นาน และบริษัทมองว่าราคาหุ้น ณ ขณะนั้น เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท จึงไม่ได้มีการซื้อหุ้นคืน

ส่องราคาหุ้นช่วงโครงการ ดีดเฉลี่ย 11.49%

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจราคาหุ้นในระยะเวลาโครงการรับซื้อหุ้นคืน ของทั้ง 18 บริษัทดังกล่าว พบว่า ส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทาง”บวก” ถึง 12 บริษัท ส่งผลให้ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงโครงการ Treasury Stock ของทั้ง 18 บริษัท บวกเฉลี่ยถึง 11.49% ดังนี้

18 บจ. จบโครงการซื้อหุ้นคืนปีนี้ ส่วนใหญ่ราคายืนทาง”บวก”เฉลี่ย 11%
ชื่อย่อหุ้นราคาก่อนโครงการ (บ.)ราคาสิ้นสุดโครงการ (บ.)%chg.
INSET1.762.5444.32
STGT7.109.9540.14
BTG18.4024.231.52
KOOL0.240.3129.17
KKP60.5075.2524.38
TRU3.243.9220.99
TKS5.856.9518.80
KIAT0.300.3413.33
TTA4.204.548.10
KBANK182.501956.85
MAJOR7.157.403.50
SFLEX2.862.880.70
CPN54.5054.50ไม่เปลี่ยนแปลง
HL6.306.25-0.79
TTB2.021.98-1.98
CPF22.3020.80-6.73
TMI0.560.50-10.71
ALT1.291.10-14.73
ที่มา : SETSMART ณ 18 พ.ค.69

บมจ.อินฟราเซท (INSET) เป็นบริษัทที่ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 44.32% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 10.67 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 6.24 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ถึง 78 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 40 ล้านหุ้น


รองลงมา คือ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ที่ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 40.14% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 816.78 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 100.17 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 1,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 220 ล้านหุ้น


ยังมีอีก 4 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงโครงการซื้อหุ้นคืนปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% นำโดย บมจ.เบทาโกร (BTG) ที่ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้น 31.52% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 521.29 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 28.74 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น


ด้าน บมจ.ซีแอล เวนเจอร์ (KOOL) ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้น 29.17% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 27.91 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 100 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 65 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 235 ล้านหุ้น


ฟาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้น 24.38% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 999.96 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 15.87 ล้านหุ้น ใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 16 ล้านหุ้น


ปิดท้ายด้วย บมจ.ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) ที่ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้น 20.99% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 83.03 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 21.33 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 200 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 54 ล้านหุ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

วิรุย์ ขุนบรมประเสริฐ

วิรุย์ ขุนบรมประเสริฐ

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย