NVDR หั่นสัดส่วนถือ 52 หุ้น SET100 สูงสุดหายเกือบ 5%

รูป NVDR หั่นสัดส่วนถือ 52 หุ้น SET100 สูงสุดหายเกือบ 5%

efinAI


“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” เปิดผลสำรวจการถือหุ้น NVDR ในดัชนี SET100 ช่วงต้นปี 2569 พบความเคลื่อนไหวสำคัญหลังปิดสมุดบัญชี มีการลดน้ำหนักการลงทุนถึง 52 บริษัท “SISB”-“BTS” โดนหนักสุด ขณะที่ฝั่งถูกเพิ่มน้ำหนักมี 48 บริษัท “AAV” ครองแชมป์ถูกซื้อเพิ่มสูงสุดกว่า 8% ท่ามกลางภาพรวมตลาด SET100 ที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีบวกแกร่งกว่า 12%

52 หุ้นบิ๊กแคป ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุน

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลการถือหุ้นของบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (NVDR)ในดัชนี SET100 หลังเพิ่งมีการอัปเดทข้อมูลสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นช่วงต้นปี 2569 พบว่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน NVDR มีการลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 52 บริษัท ดังนี้

52 หุ้น SET100 ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุน
ชื่อย่อหุ้นจำนวน (ลห.)%หุ้นเปลี่ยนแปลง (%)วันปิดสมุด
SISB2,280.661.23-4.899 มี.ค.69
BTS226.885.5-4.6319 มิ.ย.68
BCP14.979.74-4.134 มี.ค.69
SPALI201.516.25-3.4111 มี.ค.69
CPALL468.8710.09-3.1112 มี.ค.69
JAS254.821.69-2.9212 มี.ค.69
CBG12.313.16-2.576 มี.ค.69
BGRIM526.162.31-2.4711 มี.ค.69
TASCO92.754.12-2.395 มี.ค.69
KTB101.868.69-2.1012 มี.ค.69
PTTGC795.455.28-2.0325 ก.พ.69
KBANK447.4913.43-1.9912 มี.ค.69
GLOBAL146.461.37-1.9625 ก.พ.69
ICHI143.402.87-1.8316 มี.ค.69
M93.611.05-1.8312 มี.ค.69
IVL1,540.866.02-1.7116 มี.ค.69
QH483.083.45-1.7011 มี.ค.69
PRM60.123.39-1.6113 มี.ค.69
HANA84.498.34-1.5417 มี.ค.69
CCET67.741.62-1.5420 มี.ค.69
CRC108.371.66-1.5313 มี.ค.69
PR973.973.47-1.4710 มี.ค.69
STA885.256.38-1.465 มี.ค.69
LH31.565.37-1.4516 มี.ค.69
BCH169.445.87-1.4413 มี.ค.69
OR39.481.71-1.4024 ก.พ.69
MINT531.768.7-1.3410 มี.ค.69
BEM155.133.16-1.2711 มี.ค.69
JMART219.681.12-1.244 มี.ค.69
BA906.504.42-1.2212 มี.ค.69
CPN890.046.87-1.1010 มี.ค.69
STGT308.441.82-0.905 มี.ค.69
BDMS100.029.7-0.8711 มี.ค.69
CENTEL421.812.92-0.8412 มี.ค.69
JMT46.871.97-0.834 มี.ค.69
HMPRO415.073.68-0.8011 มี.ค.69
SCB26.756.36-0.695 มี.ค.69
JTS187.230.61-0.6611 มี.ค.69
TRUE57.0911.03-0.5531 มี.ค.69
TU74.238.66-0.504 มี.ค.69
AURA65.210.92-0.4713 มี.ค.69
SCGP641.212.32-0.401 เม.ย.69
DOHOME315.611.39-0.386 มี.ค.69
KCE73.866.9-0.3624 มี.ค.69
SCC483.487.66-0.282 เม.ย.69
AEONTS37.355.99-0.2722 ต.ค.68
TLI990.081.69-0.2616 มี.ค.69
AWC338.181.64-0.1712 มี.ค.69
BJC139.931.69-0.1724 มี.ค.69
GUNKUL16.533.55-0.0816 มี.ค.69
SJWD28.750.94-0.0612 มี.ค.69
TIDLOR4.296.56-0.0113 มี.ค.69
ที่มา : SETSMART ณ 20 เม.ย.69 หมายเหตุ : %เปลี่ยนแปลงสัดส่วนหุ้นเทียบช่วงเดียวันกับปีก่อน

52 บริษัทดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค และพาณิชย์ จำนวน 6 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 5 บริษัท เท่ากัน

“SISB” โดนลดน้ำหนักลงทุนมากสุด 4.89%

บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ถูก NVDR ลดน้ำหนักการลงทุนมากที่สุด โดยข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 9 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SISB จำนวน 11.57 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.23% ลดลง 4.89% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 57.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.12% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SISB ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 7 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ SISB อีกด้วย


รองลงมา คือ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 19 มิ.ย.2568 ทาง NVDR ถือหุ้น BTS จำนวน 885.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.50% ลดลง 4.63% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 18 มิ.ย.2567 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,333.72 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.13% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน BTS ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ BTS อีกด้วย

อีก 3 บจ. ถูก NVDR ลดน้ำหนักลงทุนเกิน 3%

ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุด ถูก NVDR ลดน้ำหนักการลงทุนมากกว่า 3% นำโดย บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 4 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น BCP จำนวน 134.40 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.74% ลดลง 4.13% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 14 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 190.96 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.87% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน BCP ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 4 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ BCP


ด้าน บมจ.ศุภาลัย (SPALI) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SPALI จำนวน 122.12 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.25% ลดลง 3.41% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 188.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.66% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SPALI ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ SPALI


ฟาก บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น CPALL จำนวน 906.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.09% ลดลง 3.11% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,186.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.20% โดยการลดน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน CPALL ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 2 เป็นรองแค่ บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ที่ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญอันดับ 1 ตามเดิม

พบอีก 3 บจ. ล่าสุด NVDR ถือหุ้นไม่ถึง 1%

ขณะเดียวกัน มีอีก 3 บริษัท ที่ล่าสุด NVDR มีสัดส่วนการถือหุ้นต่ำกว่า 1% นำโดย บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 4.28 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.61% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 11 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 8.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.27% แต่ NVDR ยังคงรั้งผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 11 ของ JTS ตามเดิม


ต่อด้วย บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ (AURA) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 13 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 12.30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.92% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 14 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 18.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.39% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน AURA ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 16 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 13


ส่วน บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ (SJWD) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น 17.03 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.94% เท่านั้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นลดลงจากช่วง 14 มี.ค.2568 ที่ถือหุ้น 18.14 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1% โดยการลดน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SJWD ของ NVDR ลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 14 เทียบจากปีก่อน รั้งอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 12 อีกด้วย

ฝั่งถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมีทั้งหมด 48 บริษัท

อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 48 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุดเทียบปีก่อน ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น ประกอบด้วย


48 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค จำนวน 12 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ติดโผจำนวน 6 บริษัท ส่วนที่เหลือกระจายตัวออกไปในหลายอุตสาหกรรม

“AAV” ถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมากสุดถึง 8.20%

บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนลงมากที่สุด โดยข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น AAV จำนวน 2,280.66 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.75% เพิ่มขึ้น 8.20% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 31 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 1,226.91 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.55% แต่การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน AAV ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 3 เป็นรองผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 และ 2 อย่าง “AIRASIA AVIATION GROUP LIMITED” และ “ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ตามเดิม


รองลงมา คือ บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น SPRC จำนวน 457.37 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.55% เพิ่มขึ้น 7.21% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 7 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 144.96 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.34% แต่การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนดังกล่าว ยังทำให้อันดับการถือหุ้นใหญ่ใน SPRC ของ NVDR รั้งอยู่ในอันดับ 2 รองจาก “CHEVRON SOUTH ASIA HOLDINGS PTE LTD” เหมือนเดิม

อีก 5 บจ. ถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนมากกว่า 4%

มีอีก 5 บริษัท ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้นล่าสุด ถูก NVDR เพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากกว่า 4% นำโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น KKP จำนวน 122.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.44% เพิ่มขึ้น 6.99% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 63.11 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.45% โดย NVDR ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ KKP ตามเดิม


ด้าน บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 12 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TISCO จำนวน 111.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.99% เพิ่มขึ้น 4.57% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 11 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 75.42 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.42% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ TISCO แทนที่ “CDIB & PARTNERS INVESTMENT HOLDING PTE.LTD.” อีกด้วย


ฟาก บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 5 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TFG จำนวน 372.21 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.39% เพิ่มขึ้น 4.53% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 107.83 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.86% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ของ TFG เทียบกับปีก่อนอยู่ในอันดับ 6


ต่อด้วย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ที่ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 27 ก.พ.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น KTC จำนวน 233.78 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.07% เพิ่มขึ้น 4.32% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 10 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 122.36 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.75% โดยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนดังกล่าว ทำให้ NVDR ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ KTC เทียบกับปีก่อนอยู่ในอันดับ 4


ส่วน บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) ข้อมูลปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 5 มี.ค.2569 ทาง NVDR ถือหุ้น TCAP จำนวน 91.33 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.71% เพิ่มขึ้น 4.07% จากช่วงปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ 6 มี.ค.2568 ที่ขณะนั้นถือหุ้นจำนวน 48.68 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.64% โดย NVDR ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ TCAP รองจาก บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) ตามเดิม

14 บจ. NVDR ถือหุ้นมากกว่า 10 %

นอกจากนี้ ยังมีอีก 14 บริษัท ที่ข้อมูลล่าสุด NVDR มีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 10% นำโดย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ถือหุ้นจำนวน 447.48 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.44%, บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ถือหุ้นจำนวน 2,280.66 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.75%, บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ถือหุ้นจำนวน 201.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.52%, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ถือหุ้นจำนวน 122.25 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.44%


บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ถือหุ้นจำนวน 111.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.99%, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถือหุ้นจำนวน 318.10 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.43%, บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL) ถือหุ้นจำนวน 107.56 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 12.98%, บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ถือหุ้นจำนวน 257.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.51%, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ถือหุ้นจำนวน 3,810 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.03%


ด้าน บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ถือหุ้นจำนวน 84.42 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.63%, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ถือหุ้นจำนวน 890.03 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.59%, บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ถือหุ้นจำนวน 457.37 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.55%, บมจ.แสนสิริ (SIRI) ถือหุ้นจำนวน 1,834.80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.49% และ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ถือหุ้นจำนวน 906.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.09%

ส่องผลตอบแทน 1 ปี บวกเฉลี่ยถึง 12%

ทั้งนี้ เมื่อสำรวจผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า หุ้นในดัชนี SET100 ให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย 12.93% โดยมีหุ้น 60 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวเป็น”บวก” ขณะที่ อีก 40 บริษัท ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวเป็น”ลบ” ดังนี้


บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ให้ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมาบวกมากสุดถึง 344.93% และยังมีอีก 2 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าวบวกมากกว่า 90% ประกอบด้วย บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นบวก 95.28% และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นบวก 93.37%


ส่วน บมจ.วีจีไอ (VGI) เป็นบริษัทในดัชนี SET100 ที่ให้ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ติดลบมากสุด 59.55% รองลงมา คือ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงดังกล่าว ติดลบ 57.44%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

วิรุย์ ขุนบรมประเสริฐ

วิรุย์ ขุนบรมประเสริฐ

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย