ตลาดทุนไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการระดมทุน การออม และการจัดสรรเงินลงทุน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดทุนไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป ทำให้การยกระดับตลาดทุนไทยจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) คนใหม่ ซึ่งนับเป็นการกลับมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ FETCO ครั้งที่ 3 (สมัยที่5) โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) พร้อมเปิดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ยาวในการยกระดับพัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก
ชี้บทบาทสำคัญตลาดทุน แหล่งจัดสรรเงินลงทุน – สร้างความมั่งคั่งประชาชน
นายไพบูลย์ กล่าวว่าก่อนคุยเรื่องวิสัยทัศน์อาจจะขอเล่าเรื่องความสำคัญของตลาดทุนก่อนจะเข้าเรื่องวิสัยทัศน์ ผมคิดวันนี้เนี่ยทุกคนอาจจะยังมองภาพตลาดทุนว่าเป็นแค่ที่ซื้อขายหุ้นของคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง แต่จริงๆตลาดทุนมีบทบาทสูงกันมากๆ เพราะ 1.ตลาดทุนเป็นแหล่งจัดสรรเงินลงทุนไปสู่ภาคธุรกิจที่ต้องการใช้เงิน และ 2. เป็นแหล่งที่สร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนที่ออมเงินในตลาดทุน
ทั้งนี้คิดว่า 2 ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับตลาดทุนที่ทุกคนอาจจะยังไม่ค่อยได้พูดถึง และที่จำเป็นจะต้องพูดถึงตรงนี้ก่อนก็เพราะว่าวันนี้โจทย์ของประเทศชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลต้องการที่จะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศด้วยการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้สามารถกลับไปเติบโตได้อย่างน้อยๆระดับ 3% ขึ้นไป ซึ่งคิดว่าเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายและต้องถามว่าถ้าโจทย์เป็นอย่างนี้แล้วเงินลงทุนจะมาจากไหน เพราะประเทศยังจำเป็นจะต้องลงทุนอีกมหาศาลทั้ง อุตสาหกรรมใหม่, AI และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
