รู้หรือไม่ … 80 บาทของ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” ไปอยู่ที่ไหนบ้าง ?

รูป รู้หรือไม่ … 80 บาทของ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” ไปอยู่ที่ไหนบ้าง ?

efinAI


ทุกครั้งที่ประชาชนควักเงิน 80 บาท ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 ใบ คำถามที่หลายคนอาจไม่เคยคิดลึกไปกว่านั้นคือ “เงินก้อนนี้ไหลไปที่ไหนบ้าง”

เบื้องหลังตัวเลขเล็ก ๆ ดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการเสี่ยงโชค แต่สะท้อนถึง “ระบบจัดสรรรายได้” ที่เชื่อมโยงทั้งภาครัฐ เศรษฐกิจฐานราก และโครงการเพื่อสังคมในวงกว้าง

แกะโครงสร้าง “80 บาท” แบ่งอย่างไร

โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้จัดสรรสลากให้กับตัวแทนจำหน่ายรับไปจำหน่ายในราคาต้นทุน ฉบับละ 70.40 บาท เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ซื้อตามราคาที่กำหนดในราคาใบละ 80 บาท โดยผู้ขายจะได้กำไรฉบับละ 9.60 บาท

หากพิจารณาโครงสร้างรายได้ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยสัดส่วน จะพบว่าเงินจากการจำหน่ายสลาก 1 ใบ ถูกกระจายออกเป็นหลายส่วนหลัก ได้แก่

  • 60% หรือ 48 บาท เป็นเงินรางวัลให้กับผู้ถูกรางวัล
  • 23% หรือ 18.40 บาท ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
  • 12% หรือ 9.60 บาท เป็นส่วนลดให้ผู้แทนจำหน่าย
  • 3% หรือ 2.40 บาท เป็นเงินบริหารสำนักงาน
  • 2% หรือ 1.60 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน สมาคม องค์กร จังหวัด

เครดิตรูป จาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า เงินส่วนใหญ่ถูกนำกลับไปสู่ผู้ซื้อในรูปแบบของรางวัล ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลายเป็นรายได้ของรัฐ และอีกก้อนสำคัญหล่อเลี้ยงอาชีพผู้ค้าสลากจำนวนมากทั่วประเทศ

เปิดรายได้ปี 2568

สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีรายได้จากการจำหน่ายและบริการ รวม 178,992.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,868.63 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.80% จากปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินการ 6,683.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.13% จากปีก่อน

มีเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน สูงถึง 44,889.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,857 ล้านบาท หรือ 9.40% จากปีก่อน

มากกว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาล” คือเครื่องจักรเศรษฐกิจฐานราก

ในมิติทางเศรษฐกิจ สลากกินแบ่งรัฐบาล ถือเป็นหนึ่งในกลไกสร้างรายได้ให้ภาครัฐโดยไม่ต้องจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากประชาชนโดยตรง

ขณะเดียวกัน “ผู้ค้าสลาก” ซึ่งมีตั้งแต่ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ไปจนถึงเครือข่ายรายย่อยทั่วประเทศ ล้วนพึ่งพารายได้จากส่วนแบ่งดังกล่าว ทำให้สลากกลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของเศรษฐกิจฐานราก

อีกด้านหนึ่ง สลากยังมีบทบาทสำคัญในการ ดึงเม็ดเงินจากหวยใต้ดินเข้าสู่ระบบ” ทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่สามารถตรวจสอบได้ และนำกลับมาใช้ประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ

ปรับเกมใหม่ สู่ผลิตภัณฑ์สลากยุคดิจิทัล

ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กำลังเดินหน้าปรับบทบาทจาก “ผู้จำหน่ายสลาก” ไปสู่ “ผู้บริหารผลิตภัณฑ์เสี่ยงโชคอย่างมีความรับผิดชอบ”

ตัวอย่างการเปลี่ยนผ่านที่เห็นได้ชัด ได้แก่

  • สลากดิจิทัล ที่ช่วยควบคุมราคาไม่ให้เกิน 80 บาท
  • สลาก N3 ที่ถูกพัฒนาเพื่อเป็นทางเลือกแทนหวยใต้ดิน
  • แนวคิด ล็อตโต้ และหวยขูด ที่อยู่ระหว่างการศึกษาอีกด้วย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มรายได้ แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาสลากเกินราคา และควบคุมพฤติกรรมการพนันให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

จาก “เงินสลากกินแบ่งรัฐบาล” สู่ “เงินเพื่อสังคม”

โดยสำนักงานสลาก มีเป้าหมาย คือ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเงินของประชาชนที่ซื้อสลาก จึงควรจัดสรรคืนให้กับประชาชนในรูปแบบต่างๆ การนำเงินงบประมาณมาจัดสรรให้กับหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ในการให้บริการพี่น้องประชาชน จึงเป็นช่องทางในการคืนความสุข และความสะดวกให้กับประชาชน

ซึ่งในปี งบ ประมาณ 2568 สำนักงานสลากฯ?ได้อนุมัติเงินบริจาคและสนับสนุนเงินเพื่อสาธารณประโยชน์แล้วทั้ง 7 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสังคมสงเคราะห์ 82 โครงการ 72.01 ล้านบาท ด้านการศึกษา 32 โครงการ 18.27 ล้านบาท ด้านกีฬา 24 โครงการ 85.33 ล้านบาท ด้านศาสนา 11 โครงการ 11.48 ล้านบาท และด้านสาธารณสุข 4 โครงการ 2.89 ล้านบาท

และหนึ่งในมิติที่เริ่มมีบทบาทชัดเจนมากขึ้น คือ การนำรายได้จากสลากไปต่อยอดเป็น “โครงการเพื่อสังคม” ภายใต้แนวคิด สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน”

ตัวอย่างโครงการ

  • วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในชุมชนจากโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 7 ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน
  • ชุมชนสลากสรรค์สร้าง ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อวัดหย่วน จ.พะเยา
  • วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านท่าข้ามควาย

โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวกำลังเดินหน้าสู่ ปีที่ 8 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เช่น การพัฒนาชุมชน , การสนับสนุนเยาวชน , นวัตกรรมเพื่อสังคม และโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่ต่าง ๆ

แนวทางนี้สะท้อนความพยายามของสำนักงานสลากฯ ในการ “เปลี่ยนภาพลักษณ์” จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ไปสู่การเป็นองค์กรที่มีบทบาทด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Impact) มากขึ้น

เปลี่ยนมุมมอง “สลาก” ในบริบทใหม่

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่า สลาก 1 ใบ อาจเริ่มจากความหวังเล็ก ๆ ของผู้ซื้อ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือกลไกทางเศรษฐกิจที่กำลังกระจายรายได้ไปทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อย รายได้รัฐ ไปจนถึงโครงการเพื่อสังคม

ในวันที่สำนักงานสลากฯ กำลังเดินหน้าสู่ “’สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8’” คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ “ถูกรางวัลหรือไม่” แต่คือ “เงิน 80 บาทของเรา กำลังสร้างอะไรให้สังคมบ้าง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย