| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 24 เม.ย.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.กรุงศรี | ซื้อ (Buy) | 1.80 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 1.80 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 1.75 | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | Trading | 1.70 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | Fully Valued | 1.20 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ขาย (Reduce) | - | สรุปปัจจัยบวก+ คาดกำไรสุทธิ 1Q26 พลิกฟื้นโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกำไรสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) ก้อนใหญ่ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่เร่งตัวขึ้น (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) + ค่าการกลั่น (Market GRM/GIM) มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น แข็งแกร่งกว่าระดับคุ้มทุน (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (Spread) โดยเฉพาะ PP และ ABS ปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัว (Supply Disruption) อย่างเต็มที่ในไตรมาส 2/26 (บล.หยวนต้า, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ) + ผลกระทบจากขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) ในช่วง 1Q26 มีจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง (บล.ทิสโก้) + ธุรกิจปิโตรเคมีมีโอกาสพลิกมี EBITDA เป็นบวกในรอบ 4 ปี ซึ่งเป็น Upside Risk ที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากการแทรกแซงราคาพลังงานของรัฐได้ (บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ- ความเสี่ยงจากการแทรกแซงของภาครัฐ เช่น นโยบายลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - แนวโน้มผลประกอบการ 2Q26 อาจอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากจะไม่มีกำไรสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่เหมือนในไตรมาสแรก (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) - ต้นทุนพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันมาร์จิ้น (บล.หยวนต้า, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) - ความเสี่ยงที่จะพลิกกลับมาขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ในระยะถัดไป หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง (บล.หยวนต้า, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) - ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว จนอาจทำให้ Upside จำกัด (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
|