เชลล์และพันธมิตรจ่อไฟเขียวลงทุนขยายกำลังการผลิต LNG Canada รับวิกฤตพลังงานโลก
ผู้ถือหุ้นโครงการ LNG Canada นำโดยเชลล์และพันธมิตรระดับโลก เตรียมเดินหน้าการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายหรือ Final Investment Decision (FID) เพื่อขยายกำลังการผลิตโรงแยกก๊าซธรรมชาติเหลวในแคนาดาเป็น 28 ล้านตันต่อปี ภายในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางภาวะตึงตัวของตลาดพลังงานโลกจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และอุปทานก๊าซธรรมชาติที่ยังเปราะบาง
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าโครงการขยายระยะที่สองนี้ต้องใช้งบลงทุน หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากได้รับอนุมัติจะช่วยตอกย้ำบทบาทของแคนาดาในฐานะซัพพลายเออร์พลังงานรายสำคัญของโลก โดยเฟสแรกของโครงการในเมืองคิติแมต รัฐบริติชโคลัมเบีย เริ่มส่งออก LNG ไปแล้วในปี 2025 ส่งผลให้แคนาดากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะแหล่งพลังงานทางเลือก
แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
การเร่งเดินหน้าโครงการเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกดดันจาก สงครามอิหร่าน และความไม่แน่นอนบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศผู้นำเข้าพลังงานทั่วโลกเร่งมองหาซัพพลายเออร์รายใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านอุปทานและลดโอกาสเกิดภาวะราคาพุ่งสูงในระยะต่อไป
ด้านรัฐบาลแคนาดา ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ได้ใช้จังหวะนี้ผลักดัน LNG Canada เฟส 2 เพื่อเสริมเสถียรภาพพลังงานโลกและช่วยลดแรงกดดันด้านราคาในระยะยาว หากโครงการได้รับไฟเขียวจริง จะไม่เพียงเพิ่มกำลังผลิต LNG ของประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับบทบาทของแคนาดาในห่วงโซ่พลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบต่อไทยและสินทรัพย์ทางเลือก
สำหรับประเทศไทย การขยายกำลังการผลิตของ LNG Canada มีความสำคัญต่อทั้ง กลุ่มพลังงาน และ ต้นทุนค่าไฟฟ้า เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้า LNG ในสัดส่วนสูง การเพิ่มอุปทานก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกจะช่วยให้ต้นทุนพลังงานมีเสถียรภาพมากขึ้น และอาจเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้า
ในมุมของสินทรัพย์ทางเลือก ข่าวนี้ยังช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก นักลงทุนจึงอาจพิจารณาปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนระหว่าง ทองคำ และ พันธบัตร พร้อมติดตามทิศทางราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด
โครงสร้างผู้ร่วมทุนและเงื่อนไข FID
ปัจจุบันคณะผู้ร่วมทุนของโครงการประกอบด้วย Shell, Petronas, PetroChina, Mitsubishi Corp และ Korea Gas Corp ขณะที่กลุ่ม XRG จากอาบูดาบีกำลังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อหุ้นในโครงการนี้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม โฆษกโครงการระบุว่า การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเชิงพาณิชย์ การคลัง และกฎระเบียบ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นปีนี้
หาก FID ผ่านความเห็นชอบ โครงการ LNG Canada เฟส 2 จะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานโลก และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในหุ้นพลังงาน โรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงตลาดตราสารหนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด