ตลท. ชี้ต่างชาติมองหุ้นไทย Safe Haven เด่นปันผลสูง เตือนนลท.อย่าตื่นตระหนกปัญหาตะวันออกกลาง

รูป ตลท. ชี้ต่างชาติมองหุ้นไทย Safe Haven เด่นปันผลสูง เตือนนลท.อย่าตื่นตระหนกปัญหาตะวันออกกลาง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มี.ค. 69 16:39 น.

 

ตลท. ระบุต่างชาติเห็นหุ้นไทยเป็น Safe Haven มองปันผลเเป็นจุดเด่น เชื่อมาตรการ TISA - เกณฑ์ใหม่ๆ หนุนนลท.รุ่นใหม่เข้าตลาดทุนเพิ่ม ด้านปัญหาตะวันออกกลางเตือนนลท.อย่าตื่นตระหนก


ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มองตลาดหุ้นไทยแม้ปรับตัวลงตามแรงกดดันสงครามตะวันออกกลาง แต่ลดลงน้อยกว่าหลายประเทศ สะท้อนพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง แนะนักลงทุนไม่ต้องรีบขาย โดยเฉพาะหุ้นปันผล พร้อมหนุนมาตรการใหม่ทั้ง TISA และการปฏิรูปกฎระเบียบ ดึงนักลงทุนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น.


ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษ “Unveiling the Potential Future of Thailand." ในงานสัมมนา "ONE Investment forum 2026" โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) วรรณ จำกัด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


- มองตลาดหุ้นไทยหลังเลือกตั้งดีขึ้น แม้ว่าจะปรับตัวลดลงหลังจากมีประเด็นปัญหาสงครามตะวันออกกลางประมาณกว่า 7% แต่ภาพรวมการปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ที่ลดลงกว่า 10% โดยมองพื้นฐานบริษัทฯ ยังดี


- อย่างไรก็ตามประเด็นผลกระทบจากน้ำมัน ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่อยากเตือนนักลงทุนว่าอย่าตื่นตระหนก เพราะมองว่าสถานการณ์คงไม่ยืดยาว เพราะผลกระทบฝั่งสหรัฐฯ จะมีมากกว่าไทย


- มองว่าเป็นโอกาสดีในบางธุรกิจที่ราคาปรับตัวลดลงมา และไม่ควรรีบขายหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับปันผลดี


"โดยภาพรวมการขายหุ้นไทยของกลุ่มสถาบันในรอบนี้ มองว่าเป็นการปรับพอร์ตเท่านั้น และมองว่ามุมมองนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดทุนไทยเป็น Safe Haven เพราะแนวทางรัฐบาล เปิดโอกาสให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านการเงินเยอะๆ " ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว


- ทิศทางการเมือง แนวทางการจัดตั้งคณะรัฐบาล ภาพรวมเป็นไปด้วยดี เชื่อว่านักลงทุนต่างประเทศเห็นภาพเดียวกัน


- นอกจากนี้แนวทางกระตุ้นทิศทางการลงทุน ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สนับสนุนทั้งมาตรการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนระยะยาวรูปแบบใหม่ (TISA), นโยบายโละและปรับปรุงกฎระเบียบ หรือกิโยตีนกฎหมาย (Regulatory Guillotine) รวมถึงเกณฑ์ให้คนอายุน้อยเปิดบัญชีลงทุนได้ โดยไม่ต้องผ่านผู้ปกครอง มองว่าเกณฑ์เหล่านี้เป็นผลดีต่อตลาดทุนไทย ซึ่งเกณฑ์ใหม่ๆ ที่ตลาดจะเสนอ จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ อายุน้อยเข้ามาในตลาดทุนไทยเพิ่มมากขึ้น


"หลังจัดตั้งรัฐบาลได้ 12 เดือน ผมเชื่อว่ารัฐบาลตั้งใจจริง จะสามารถออกกฎหมายพวกนี้ได้ โดยก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์เคยเสนอกับคุณอนุทินไปแล้วช่วงรัฐบาลก่อน ซึ่งเราคงเอามาประมวล และเสนอใหม่ ซึ่งกฎหมายควรจะออกภายใน 1 ปี ดังนั้นภายใน 1 เดือนหลังรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา เราจะเสนอกฎหมายเหล่านี้" ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว


- ทั้งนี้ภายในงานสัมนา ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ ยังระบุอีกว่า ความไม่แน่นอนของโลกยังคงเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งจากภาวะสงคราม ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และปัญหา Supply Chain ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อแต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย พบว่ายังมีความแข็งแกร่ง โดยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และหนี้สาธารณะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง

- หุ้นไทยยังเห็นโอกาสในการลงทุน ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องปันผลต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 6 แสนล้านบาท (เฉลี่ยประมาณ 4%) โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร พลังงาน และเทคโนโลยี


- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้วางแผนกลยุทธ์ 3 ปี ภายใต้แนวคิด "The Give" เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมกลุ่ม Healthcare, Digital, Food และ Tourism รวมถึง เครื่องมือทางการเงินใหม่เพื่อระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนไปสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพ และเปิดให้บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Data Center หรือ EV สามารถเข้าจดทะเบียนได้ง่ายขึ้นผ่านเกณฑ์ Fast Track


- สนับสนุนการซื้อขาย Carbon Credit รวมถึงใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนระดับสากล รวมถึงการปราบปรามทุจริต ซึ่งยอมรับว่าปัญหาอย่างกรณีหุ้น STARK, MORE อาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการใช้ AI และเทคโนโลยี มาช่วยตรวจจับความผิดปกติ และประสานงานกับกลต. เพื่อดำเนินคดีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

ตลท. ชี้ต่างชาติมองหุ้นไทย Safe Haven เด่นปันผลสูง เตือนนลท.อย่าตื่นตระหนกปัญหาตะวันออกกลาง