ตลท.-CMDF ลุ้นคลังเคาะ TISA ยอมรับสิทธิภาษียังไม่ลงตัว ชู New Economy-ESG Bond ปั้นตลาดทุนไทยสู่อนาคต

รูป ตลท.-CMDF ลุ้นคลังเคาะ TISA ยอมรับสิทธิภาษียังไม่ลงตัว ชู New Economy-ESG Bond ปั้นตลาดทุนไทยสู่อนาคต

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 15:39 น.

ตลท.-CMDF เดินหน้าผลักดัน TISA มาตรการออมระยะยาว รอหารือคลัง-อธิบดีสรรพากรคนใหม่พิจารณารายละเอียดสิทธิภาษี กรอบวงเงินลดหย่อน ยังไม่ข้อสรุป ควบคู่เร่งพัฒนา ESG Bond หลังมี 21 บริษัท ออกหุ้นกู้รวมกว่า 1.17 แสนลบ.หนุนธุรกิจ New Economy และ AI ยกระดับตลาดทุนไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และประธานกรรมการ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผย ความคืบหน้าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าคลังกำลังรอให้อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่เข้ามาพิจารณารายละเอียดโครงการอย่างรอบคอบ

มองว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนโครงการมาตั้งแต่ช่วงรัฐบาลชั่วคราว และคาดว่าจะมีการผลักดันต่อเนื่อง แม้รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจไม่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย โดยเฉพาะวงเงินลดหย่อนภาษีที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 500,000-700,000 บาท แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน

ตลท.ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของ TISA คือการสร้างมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่มีความชัดเจนและถาวรมากกว่ามาตรการระยะสั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและขยายฐานนักลงทุนให้ครอบคลุมมากขึ้น

CMDF เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การผลักดันตลาดทุนสู่อนาคต สนับสนุนธุรกิจ New Economy และการใช้ AI ยกระดับความโปร่งใสในตลาดทุน รวมถึงพัฒนาบุคลากรและต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

ยังมุ่งผลักดันงานวิจัยด้าน ESG การบริหารความเสี่ยง และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมส่งต่อข้อเสนอเชิงนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ได้จริงทั้งในเชิงนโยบายและการลงทุน

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้อำนวยการ CMDF กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน 21 แห่ง ออก ESG Bond มูลค่าการเสนอขายรวมกว่า 117,896 ล้านบาท แต่ยังต้องการเห็นการเติบโตมากกว่านี้ โดยตั้งเป้าให้มีบริษัทเข้าร่วมออกกรีนบอนด์ราว 30-40 บริษัท ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จากบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างเตรียมออกหุ้นกู้เพิ่มเติม รวมถึงอยากเห็นบริษัทขนาดกลางเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ในปี 2568 CMDF สนับสนุน 20 โครงการสำคัญ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมความรู้การลงทุน และการสนับสนุนงานวิจัย โดยมีบริษัทจดทะเบียน 142 แห่งเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

ด้านการพัฒนาบุคลากร มีนักศึกษา 1,419 คนสอบผ่านการทดสอบจำลองใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน ขณะที่ผู้รับทุน CFA ชาวไทยมีอัตราสอบผ่านเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ระดับ นอกจากนี้ โครงการด้านการให้ความรู้การลงทุนมียอดเข้าถึงประชาชนและนักลงทุนรวมกว่า 18 ล้านครั้ง

สำหรับงานวิจัย โครงการ TISA อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันเป็นนโยบายส่งเสริมการออมระยะยาวรองรับสังคมสูงวัย ขณะที่งานวิจัยด้าน Financial Hub ถูกนำไปใช้ประกอบการออกแบบ Financial Hub Act ภายใต้นโยบาย Ignite Finance

ในปี 2569 CMDF เตรียมเดินหน้าสนับสนุนธุรกิจ New Economy เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น ทั้งกลุ่มเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และธุรกิจนวัตกรรม พร้อมผลักดันการใช้ AI เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรตลาดทุนไทยสู่เวทีโลก

สรุปผลงานช่วงปี 2563-2568 CMDF สนับสนุนการพัฒนาองค์กรกว่า 3,800 แห่ง พัฒนาบุคลากรตลาดทุนมากกว่า 16,000 ราย และสนับสนุนผู้เรียนหลักสูตรวิชาชีพระดับสากลและในประเทศกว่า 1,300 ราย

โครงการให้ความรู้ด้านการเงินการลงทุนผ่านสื่อออนไลน์มียอดเข้าถึงรวมกว่า 80 ล้านครั้ง ส่วนงานวิจัยมีการเผยแพร่บทความมากกว่า 65 ชิ้น และส่งต่อผลงานวิจัยกว่า 664 เล่มให้หน่วยงานต่าง ๆ มากกว่า 30 แห่ง


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย