บัณฑิตจบใหม่สหรัฐฯ หางานยาก ชี้จ้างงานฝืด-AI ดิสรัปต์

รูป บัณฑิตจบใหม่สหรัฐฯ หางานยาก ชี้จ้างงานฝืด-AI ดิสรัปต์

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 16:38 น.

ช่วงฤดูกาลรับปริญญาในสหรัฐฯ ปีนี้มาพร้อมภาพตลาดแรงงานที่ไม่สดใสสำหรับผู้จบใหม่ โดยตลาดอยู่ในภาวะ low-hire, low-quit คือทั้งการจ้างงานและการลาออกอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การแข่งขันเพื่อหางานของบัณฑิตใหม่รุนแรงกว่าปกติ ข้อมูลที่อ้างถึงยังระบุว่า 42% ของผู้จบใหม่อยู่ในภาวะ underemployed หรือทำงานต่ำกว่าคุณวุฒิที่เรียนมา สะท้อนว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานในรอบนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คาด

ภาพดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่คนหางาน แต่ยังส่งสัญญาณต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง เพราะเมื่อการจ้างงานใหม่ชะลอ กำลังซื้อในอนาคตของครัวเรือนอาจอ่อนลง และอัตราการเติบโตของรายได้โดยรวมมีแนวโน้มช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ นักลงทุนจึงเริ่มประเมินว่าภาวะแรงงานที่อ่อนตัวอาจส่งผลต่อการบริโภคและการขยายตัวของกำไรบริษัทในระยะถัดไป

AI กดดันงานระดับเริ่มต้นมากขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือกระแส AI boom ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงาน โดยเฉพาะตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของบัณฑิตใหม่ในหลายอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีอาจทำให้นายจ้างเลือกใช้ระบบอัตโนมัติหรือเครื่องมือ AI เข้ามาทดแทนบางงาน ส่งผลลบต่อหุ้นและธุรกิจที่พึ่งพาการขยายตัวของแรงงานและการบริโภคในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม มุมกลับของเรื่องนี้คือบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อาจยังได้รับอานิสงส์จากการลงทุนต่อเนื่องของภาคธุรกิจ เพราะองค์กรจำนวนมากยังเดินหน้าปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล

ผลกระทบต่อการลงทุนและพอร์ตของนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้สะท้อนว่ากระแสเงินอาจเคลื่อนไปหาสินทรัพย์ที่เน้น คุณภาพ และ กระแสเงินสด มากขึ้น แทนสินทรัพย์ที่ต้องอาศัยการเติบโตแรงจากเศรษฐกิจแบบ broad-based หากตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอต่อเนื่อง หุ้นไทยที่อิงเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มส่งออกและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาดีมานด์ต่างประเทศ อาจต้องจับตาความเสี่ยงด้านคำสั่งซื้อและรอบการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า

ในทางกลับกัน หุ้นอิงในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคจำเป็นอาจมีความเสถียรเชิงสัมพัทธ์มากกว่า เพราะความต้องการพื้นฐานยังไม่หายไปง่าย ๆ แต่การประเมินผลกระทบควรมองในภาพเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าการสรุปผลต่อหุ้นรายตัว เนื่องจากบทความต้นทางไม่ได้ระบุตัวเลขเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรมหรือรายชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ตราสารหนี้-ทองคำอาจได้อานิสงส์จากความไม่แน่นอน

ในฝั่งสินทรัพย์ทางเลือก ความไม่แน่นอนของตลาดแรงงานและการจ้างงานที่ตึงตัวแต่เศรษฐกิจยังไม่ร้อนแรงพอ ทำให้ดอกเบี้ยและนโยบายการเงินยังเป็นตัวแปรหลักต่อการจัดพอร์ต หากตลาดเริ่มคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เร่งปรับขึ้นต่อไป พันธบัตรและกองทุนตราสารหนี้อาจได้รับแรงหนุนจากมุมมองดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ทองคำ มักถูกมองเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงเมื่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ทิศทางจริงยังขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะตีความการชะลอของแรงงานเป็นสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนตัวมากพอจนหนุนการลดดอกเบี้ยหรือไม่ ดังนั้นนักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารกลางอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจปรับพอร์ต

  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อยู่ในภาวะ low-hire, low-quit
  • 42% ของผู้จบใหม่อยู่ในภาวะ underemployed
  • AI อาจกดดันงานระดับเริ่มต้นมากขึ้น
  • สินทรัพย์ที่เน้นคุณภาพและกระแสเงินสดอาจได้เปรียบ
  • ทองคำและตราสารหนี้ยังเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในภาวะไม่แน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง